• Tree Model โครงสร้างธุรกิจที่คุณต้องรู้


    ผมขอเปรียบธุรกิจเป็นเหมือนต้นไม้ เพื่อให้คุณได้เข้าใจโครงสร้างของธุรกิจทั้งหมดว่า ธุรกิจต้องมีความพร้อมด้านไหนบ้าง 
    .
    ซึ่งหากธุรกิจเปรียบเป็นต้นไม้ ต้นไม้ต้นนี้คุณคาดหวังว่าเมื่อมันโต มันจะมอบผลผลิตที่คุณสามารถแปลงเป็นความมั่งคั่งให้คุณได้
    .
    #เมล็ดพันธ์ุ : 
    .
    เริ่มตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธ์ุ(เปรียบการหาสินค้า)ถ้าเมล็ดพันธ์ุดี และเป็นเมล็ดพันธ์ุที่มีตลาดรองรับ โตมามันก็จะให้ผลผลิตที่ดี และใครๆก็อยากได้
    .
    และการเลือกเมล็ดพันธ์ุที่ดีต้องทำ Research จนมั่นใจได้ว่า นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการของลูกค้า ย้ำตรงความต้องการของลูกค้าไม่ใช่แค่ของคุณ
    .
    คิดง่ายๆถ้าคุณติดกระดุมเม็ดแรกผิดต่อจากนั้นอะไรๆก็ผิดหมด ขั้นตอนการเลือกสินค้าจึงสำคัญ และการที่จะได้เป็นเมล็ดพันธ์ที่ดีได้ต้อง มีการ Research จาก 3ด้าน ได้แก่
    .
    วิจัยผลิตภัณฑ์ (Product Research)
    วิจัยความต้องการของลูกค้า(Consumer Research)
    การวิจัยตลาด(Market Research)
    .
    และเมื่อทำการ Research จนมั่นใจได้แล้ว แสดงเมล็ดพันธ์ของคุณต้องดีพอแล้วอย่างแน่นอน
    .
    .
    #รากต้นไม้:
    .
    รากของต้นไม้ หมายถึง ความรู้ ความเพียรและวินัย
    .
    ถ้าคุณขาดความรู้ในการขับเคลื่อน>>ความรู้เปรียบเหมือนเข็มทิศ ถ้าคุณออกเรือโดยไม่มีเข็มทิศ คุณก็จะหลงอยู่กลางทะเลจนตาย
    .
    ถ้าคุณขาดความเพียร>>คุณก็จะท้อยามมีปัญหา
    .
    ถ้าคุณขาดวินัย>>คุณก็จะล้มเลิกได้ทุกเมื่อ
    .
    สิ่งเหล่านี้จึงเปรียบเหมือนรากที่ยึดต้นไว้ทั้งหมด
    .
    "ถ้ารากเน่า รากห่วย ต้นก็ตาย" !!
    .
    .
    #ลำต้นและกิ่งก้าน :
    .
    ลำต้นเปรียบ เหมือนการสร้างแบรนด์ ลำต้นที่ช่วยขยายกิ่งก้าน และค้ำจุล ผลผลิตเอาไว้
    .
    แบรนด์จึงสำคัญในเรื่องการสร้างความมั่นคงและโดดเด่น เพราะถ้าคุณไม่มีการสร้างแบรนด์ที่ดีพอ คุณก็จะต้องเหนื่อยกับการทำการตลาดเชิงรุกอยูู่ตลอดเวลา ด้วยงบที่มากกว่ามีแบรนด์หลายเท่า คุณจะไม่ได้ลูกค้าที่เป็นสาวก ที่พร้อมซื้อซ้ำและบอกต่อได้เลย
    .
    แบรนด์จึงเปรียบเหมือน ลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้ ที่บอกได้ว่าต้นไม้ต้นนี้มีความเก่าแก่และความเก๋ามากแค่ไหน ต้นยิ่งใหญ่ผู้คนก็ยิ่งจดจำ และยิ่งทรงคุณค่า ต้นใหญ่มากแค่ไหนใครๆก็สนใจจดจำมากขึ้นตามเท่านั้น
    .
    ขอให้จำไว้ไม่มีใครอยากไปจำต้นผอมๆลีบๆกันหรอก และนี่ละคือแบรนด์ ต้องทำให้เกิดภาพจำในใจลูกค้าให้ได้ และถ้าลูกค้าจำได้เมื่อไหร่และถ้าคิดถึงเรื่องนั่นๆที่เกี่ยวกับแบรนด์ข้องกับแบรนด์คุณ เค้าจะคิดถึงแบรนด์คุณก่อนเสมอ นั่นหมายความว่าคุณได้สร้างแบรนด์จนสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
    .
    .
    #ผีเสื้อ #ผึ้ง #และแรงลม :
    .
    เปรียบเสมือน การตลาด เหล่าแมลง และแรงลม เป็นตัวช่วยนำเมล็ดพันธ์ให้แพร่หลายและขยายพันธ์ุไปได้อย่างกว้างขวาง
    .
    และนี่ละคือการตลาด ซึ่งการตลาดจะต้องตอบโจทย์ 4 กระบวนการนี้ได้ คือ
    .
    1 ต้องให้เป็นที่รู้จัก (Awareness)
    2 ต้องให้เป็นที่สนใจ (Interest)
    3 ต้องกระตุ้นให้เกิดการซื้อ (Purchase)
    4 ต้องทำให้เกิดการบอกต่อหลังซื้อ (Advocacy)
    .
    ถ้าคุณได้วางกลยุทธ์จนครบเพื่อตอบโจทย์ทั้ง4กระบวนการจนเสร็จสิ้นแล้ว นั่นหมายถึงคุณได้ทำการตลาดให้แบรนด์คุณเรียบร้อยแล้ว 
    .
    จะเห็นได้ว่า การตลาดนั่นคือการทำยังไงก็ได้ให้เกิดการขยายพันธ์ุไปให้ได้มากที่สุด ยิ่งเกิดเป็นไวรัลได้ยิ่งดี และแน่นอนหากเปรียบเป็นต้นไม้สิ่งที่ช่วยขยายพันธ์ุได้นั่นก็คือ เหล่าบรรดาแมลง และแรงลมนั่นเอง
    .
    แมลงและลมที่ช่วยกันแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์ จนก่อเกิดการขยายสายพันธ์ุต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งนี้ละเรียกว่าการตลาด
    .
    .
    #ความหอมของดอกผล :
    .
    เมื่อเหล่าแมลงและแรงลม ต่างช่วยกันทำหน้าที่การตลาดให้ต้นไม้เรียบร้อยแล้ว แต่คงไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าไม่สามารถกระตุ้นให้ผู้คนได้กลิ่นจนเกิดความอยากได้อยากลิ้มลองขึ้นมาได้ 
    .
    ฉะนั้นความหอมจึงเปรียบเหมือน "Content Marketing" ที่เป็นตัวคอยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความอยากได้ อยากซื้อ
    อยากครอบครอง อยากมี กลิ่นที่ส่งลไปสู่การกระตุ้นให้อยากซื้อจึงเหมือน การเขียนแคปชั่น Sale หรือวีดีโอคอนเท้นท์เจ๋งๆ ที่ใครเห็นก็อยากซื้อ และนี่ละคือพลังของContent Marketing 
    .
    .
    #ผลผลิต #ดอกและผล :
    .
    เมื่อต้นไม้ผลิดอกออกผล และนำไปจำหน่าย สิ่งที่ได้ตอบแทนนั้นก็คือ "รายได้" สำคัญคือเรื่องดอกผลที่จำหน่ายนี่ละ คุณต้องมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่มีตลาดรองรับ และเป็นที่ต้องการเท่านั้น ฉะนั้นเรื่องนี้หมดห่วงได้ หากจุดเริ่มคุณได้ทำกระบวนการResearch มาจนมั่นใจแล้ว
    .
    .
    #การดูแลรักษา :
    .
    การใส่ปุ๋ย และหมั่นพ่นยาป้องกันศรัตรูพืช เปรียบกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ คือการคิดเผื่อหากเจอปัญหาก่อนเสมอ และปิดทางแก้ด้วยการป้องกันก่อนปัญหาจะเกิดขึ้นกับธุรกิจ 
    .
    นั่นคือต้องมีแผนสำรองคอยรับมือไว้ก่อนเสมอ และสิ่งนี้เรียกว่าการบริหารความเสี่ยง(Risk Management) ที่เปรียบเหมือนการใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดิน ใส่ยาปราบศรัตรูพืช เพื่อป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งRisk Management เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก หากอยากมีธุรกิจที่มั่นคงอย่างยั่งยืน
    .
    .
    และนี่ละ คือโครงสร้างของการทำธุรกิจที่เปรียบเหมือนกับต้นไม้ต้นหนึ่งที่คุณต้องดูแล และไม่สามารถขาดข้อใดข้อหนึ่งได้เลย
    .
    .
    เนื้อหาโดย AcTioN
    .
    www.bizbuddy2.com
  • GET A FREE QUOTE NOW

    รับปรึกษาธุรกิจฟรี เพียงแค่คลิ๊กส่งข้อความ มาทาง Line@ ผมยินดีแนะนำทางออกเบื้องต้นให้ครับ












    ADDRESS

    Biz Buddy Bangkok Thailand

    EMAIL

    bizbuddy@hotmail.com
    bizbuddy80@gmail.com

    TELEPHONE

    02-379-1110
    +66 02379 1110

    MOBILE

    086-383-9152,
    +66 086 383 9152