• ปิดการขายได้กระจุย แค่รู้ศาสตร์จริต6


    ปิดการขายได้กระจุย แค่รู้ศาสตร์จริต6
    .
    "ธุรกิจ เป็นเรื่อง ของคนกับคน เพราะฉะนั้นคุณต้องเข้าใจคน และนี่คือแก่นหลักการตลาดและการขายอย่างแท้จริง นั่นคือ ต้องตอบสนองความต้องการของผู้คนให้ได้ และถ้าคุณทำได้ ผู้คนก็จะยอมจ่ายเงินให้กับคุณ"
    .
    โดยคีย์สำคัญที่คุณจะได้ไปในบทความนี้คือ "มนุษย์มีจิตใจที่แตกต่างกัน ทฤษฏีเพียงหนึ่งเดียว มิอาจตอบโจทย์มนุษย์ทั้งหมดได้ บทความนี้ของผมจึงเกิดขึ้นมา ด้วยการทำให้คุณได้เข้าใจจิตใจของมนุษย์ทั้ง6ประเภท เพื่อออกแบบการสื่อสารที่ตรงใจจนเป็นที่มาของยอดขาย
    .
    นี่จึงเป็นอีก 1ศาสตร์แห่งการเข้าถึงจิตใจของมนุษย์ที่เรียกว่าจริต6 ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่เหล่าสาวก เพื่อให้เข้าถึงจิตใจของมนุษย์ ด้วยการแบ่งเป็นลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันเป็นจริตต่างๆ และผมนำมาประยุกต์ใช้ในการปิดการขายเพื่อให้ตรงกับจริตทั้งหมด 
    .
    คุณคงเคยได้ยินคำว่า ไม่ถูกจริต หรือตรงจริต อยู่บ่อยๆ ฉะนั้นบทความนี้ผมจะทำให้คุณสร้างสรรค์ตนขึ้นมาเพื่อให้ถูกจริตกับลูกค้าทุกๆคนจนเป็นที่มาของเงินที่เค้าเหล่านั้นพร้อมจะมอบให้คุณ
    .
    เพราะผู้ที่สามารถอยู่รอดได้ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นผู้ที่ปรับตัวเก่งที่สุด การทำธุรกิจที่จะสำเร็จได้ก็เช่นกัน จะต้องปรับตัวตามโลกและความต้องการของผู้บริโภคเพื่อครองใจให้ได้ เพราะถ้าคุณทำได้ก็จะเป็นผู้ที่อยู่รอดอย่างแน่นอน
    .
    ผมจึงตั้งชื่อกลยุทธ์นี้ว่า

    .

    "กลยุทธ์สร้างตนให้เป็นน้ำ" (Water Strategy)
    .
    นั่นหมายถึงไม่ว่า จะเอาภาชนะรูปแบบไหนทรงไหนมาใส่น้ำ น้ำจะปรับตัวเข้าได้เสมอในทุกๆทรวดทรงของภาชนะ นั่นคือคุณต้องเป็นฝ่ายปรับตัวให้เข้ากับลูกค้าในทุกๆประเภทให้ได้ แล้วคุณจะสามารถครองใจลูกค้าในทุกๆจริตได้อย่างแน่นอน
    .
    จริตคือนิสัยอันเป็นพื้นฐานและสันดานส่วนลึกของมนุษย์
    .
    ซึ่งหลักพุทธศาสนาแบ่งคนออกเป็น 6ประเภท ได้แก่
    .
    ราคะจริต(เปรียบเป็นหงส์) โทสะจริต(เปรียบเป็นเสือ) โมหะจริต(เปรียบเป็นแมว) วิตกจริต(สุนัขจิ้งจอก) ศรัทธาจริต(เปรียบเป็นสุนัขบ้านผู้ซื่อสัตย์) และพุทธิจริต(เปรียบเป็นสิงโต)
    .
    ผมจะสรุป บุคลิกลักษณะ วิธีการเลือกซื้อ วิธีการสังเกตุ และวิธีการตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละจริต
    .
    แต่ก่อนเริ่มการเข้าถึงในจริตต่างๆคุณต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานทั้ง4ก่อน เท่านั้น ซึ่งคุณสมบัติทั้ง4มีดังนี้
    .
    1 รู้จักสินค้าของตน รู้คุณประโยชน์ คุณสมบัติ ข้อดีและข้อเสียเป็นอย่างดี โดยต้องรู้เทคนิคการขยายข้อดี และวิธีลบข้อเสียมาแล้ว
    .
    2 รู้จักสินค้าคู่แข่ง รู้ข้อดี และข้อเสีย โดยต้องทำการบ้านมาแล้วว่า ข้อดีของคู่แข่งจะนำเสนออย่างไรให้เราดูดีกว่า ข้อเสียของคู่แข่งจะนำเสนออย่างไร ให้เราไม่มีข้อเสียนั้น (โดยห้ามให้ร้ายโจมตีเด็ดขาด แต่ให้นำเสนอเชิงเปรียบเทียบตามหลักการ)
    .
    3 รู้หลักการแต่งกาย การวางตัว การพูด การนำเสนอรู้เทคนิคการเปิดการขาย การนำเสนอขาย และปิดการขาย ซึ่งเป็นพื้นฐานมาแล้ว
    .
    4 ทำตัวเองให้เหมือนน้ำที่พร้อมแปลงสภาพไปตามภาชนะ พร้อมปรับตัวให้เข้ากับจริตลูกค้าอยู่เสมอ
    .
    เอาละถ้าคุณเตรียมการพื้นฐานทั้ง4ข้อนี้เรียบร้อยแล้วก็ไปเริ่มกัน ที่จริตแรก


    .
    ราคะจริต 
    .
    ตัวแทนสัตว์สัญลักษณ์ : หงส์
    .
    - แนวคิดและนิสัย :
    .
    เป็นคนไม่คิดเยอะ ไม่ชอบเรื่องเครียด ชอบเพ้อฝันชอบคิดแต่เรื่องสนุกสนาน ชอบความสวยงาม ชอบความไพเราะ รักความสะดวกสบาย ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ชอบอาหารดีๆ บรรยากาศดีๆ และต้องตามแฟชั่นอยู่เสมอ ใช้เงินไม่คิดมาก
    .

    - พฤติกรรมการเลือกซื้อ
    .
    ถูกใจซื้อเลย ซื้อด้วยอารมณ์ ไม่ยึดติดข้อมูลขอให้รู้สึกอยากได้เป็นพอ ทุกองค์ประกอบมีผลต่อการเลือกซื้อทั้งหมด ซึ่งปัจจัยการซื้อมีดังนี้ บริการที่ดี สถานที่ที่ดี สินค้าดี โปรโมชั่นจูงใจ ขั้นตอนการซื้อเรียบง่ายไม่ยุ่งยาก สิ่งเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อ
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOffline
    .
    บุคลิกดี แต่งตัวเก่ง ดูสำอางค์ หรือหากแต่งตัวแบบสบายๆ อย่างน้อยต้องดูดีมีสไตล์ตามแฟชั่น มีกลิ่นน้ำหอมที่ทำให้สะดุดได้ ยิ้มแย้มดี พูดจาเก่ง สอบถามไปเรื่อย เลือกหยิบจับไปเรื่อย หรืออาจโทรศัพท์พลางเลือกพลางหรือหากมากับเพื่อนกับแฟนก็คุยจ้อถามสวยไหมดีไหม ทำตัวสบายๆเข้าถึงได้ง่าย
    .
    - หลักปิดการขายOffline
    .
    คุณต้องยิ้มแย้ม ทักทายแบบกันเอง เน้นเชียร์เยอะๆ ชมเยอะๆ เพราะกลุ่มราคะจริตชอบคำชม เน้นนำเสนอด้วยโปรโมชั่น เน้นบิ้วให้ซื้อเพิ่ม เน้นบิ้วเรื่องถ้าพลาดแล้วเสียดายเสียโอกาส เพราะจริตราคะจะไม่ยอมพลาดสิ่งดีๆให้กับตัวเอง และตัดสินใจได้ง่ายกับโปรโมชั่นที่มาเป็นตัวล่อ
    .
    ผมขอยกตัวอย่างการนำเสนอดังนี้
    .
    ตัวอย่าง กรณีเน้นบิ้วให้ซื้อเพิ่ม (ร้านเสื้อผ้า)
    .
    กรณีที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ1ตัว ให้คุณนำเสนอตามนี้ : ซื้อเพิ่มอีกตัวสิคะ ตอนนี้มีโปรโมชั่นซื้อครบ1พันได้ส่วนลดเพิ่ม10% ด้วยจ้า ซื้ออีกตัวก็ครบพันแล้ว ได้ส่วนลดด้วยคุ้มกว่าเยอะเลยจ้า (พร้อมช่วยแนะนำตัวที่เหมาะให้ พร้อมกับชมว่าสวยว่าเหมาะกับลูกค้ามากๆ) เมื่อดูว่าลูกค้ามีท่าทีชอบ
    ให้รีบสรุปไปเลยว่า "รับไป2ตัวเลยนะคะ จะได้ไม่พลาดโปรที่ควรจะได้ด้วย" (จากนั้นรีบปิดการขายทันที ด้วยการสรุปยอด) ทั้งหมด1พันจ้า หักส่วนลดเรียบร้อยแล้ว จ่ายสดหรือบัตรดีจ๊ะ !!
    .
    หมายเหตุ จุดสำเร็จว่าจะปิดได้หรือไม่ได้คือ ห้ามบอก 2ทางเลือกเด็ดขาด เช่นรับหรือไม่รับ เอาหรือไม่เอา แต่ให้เน้นๆว่ารับตัวนี้แบบนี้นะคะแทน แล้วลูกค้าจะคล้อยตามด้วยการรับ เพราะทางจิตวิทยาลูกค้าจะคล้อยตามประโยคสุดท้ายมากกว่าเสมอ (จริงแล้วมันมีต่อ กรณีถูกปฏิเสธ ซึ่งผมจะรวบรวม ทุกๆเคส ทุกๆกรณี ทุกๆสเตปการนำเสนอขายในรูปแบบเคสต่างๆ ทุกๆเคส และตีแผ่ทุกๆจริต ทั้งเทคนิคออนไลน์ และออฟไลน์ เป็นตัวอย่างบทพูดทั้งหมดตั้งแต่กล่าวทักทายยันปิดการขาย ว่าต้องพูดยังไง แต่บทความนี้เอาให้เข้าใจจริตไปก่อนแล้วกัน)
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOnline
    .
    ให้สังเกตจากรูปโปรไฟล์ หรือแอบส่องนิดนึง หากชอบถ่ายรูปสไตล์ฟรุ้งฟริ้ง แต่งตัวเก่ง โพสต์โชว์อาหาร โชว์ไลฟ์สไตล์ ชอบท่องเที่ยวแบบชิวๆ ก็ฟันธงได้เลยราคะจริต 70% ที่เหลืออีก30% คืออาจเป็นลูกผสม (บางคนอาจมองว่าไม่สุภาพไปแอบส่องเฟซลูกค้าทำไม ผมอยากบอกว่าถ้าคุณอยากขายได้ต้องทำ เพราะการรู้จักตัวตนของลูกค้า ทำให้เราสามารถนำเสนอสิ่งที่ตรงใจเค้าได้จริงๆ 

    .
    เทคนิคนี้ผมใช้ตอนเป็นผู้บริหารฝ่ายขายสมัยทำงานประจำ โดยผมจะสอนทีมเซลล์เสมอเวลาออกไปขายงานโปรเจคให้องค์กรต่างๆ โดยให้ฝ่ายซัพพอร์ตเซลล์สืบถามจากฝ่ายลูกค้าก่อนที่จะเข้าพบ ที่รับเรื่องไปตรงๆเลยว่า ทีมผู้ตัดสินใจต้องการข้อมูลประมาณไหนความละเอียดแค่ไหน ลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร 
    .
    และเมื่อรู้แล้ว ก็ส่งเซลล์ที่มีจุดแข็งที่แตกต่างกันเข้าไปปิด เช่นหากรู้ว่าบริษัทนี้เขี้ยวข้อมูลต้องเป๊ะ ผมจะส่งเซลล์ที่มีความรู้ผลิตภัณฑ์เชิงลึก มีเทคนิคการนำเสนอเชิงเปรียบเทียบเป็นตรรกะทางวิชาการ และวิศวกรเข้าไปช่วย แต่หากเป็นบริษัทองค์กรที่เรียบง่ายสบายๆ ไม่ชอบข้อมูลจุกจิก ก็จะส่งเซลล์ที่มีความรอบจัดเรื่องมนุษย์สัมพันธ์เข้าไปเพื่อให้ตรงจริตกับผู้ตัดสินใจให้ได้ 
    .
    และนี่ละคือความสำคัญยิ่งในการได้มาซึ่งยอดขายจำนวนมหาศาล ซึ่งองค์กรใหญ่ๆระดับโลกทั่วๆไปก็ทำแบบนี้เช่นกัน นั่นคือคุณต้องรู้จักตัวตนลูกค้าให้ได้แล้วคุณจะรู้ว่าต้องตอบสนอง ด้วยการนำเสนอแบบไหนถึงจะตรงใจลูกค้า เพื่อให้ได้มาเป็นยอดขาย
    .
    เอาละกลับมากันต่อในหัวข้อ กลุ่มราคะจริตนี้หากเป็นออนไลน์ เค้าจะเลือกมาเรียบร้อย โดยอาจถามแฟน ถามเพื่อนให้ช่วยตัดสินใจ แต่จะไม่ค่อยถามแม่ค้า เพราะเมื่อตัดสินใจแล้วคือซื้อเลย เพราะจ่ายง่ายมือเติบ แต่หากถามก็จะเป็นแนวชิวๆ แบบขอส่วนลดไปงั้นๆเผื่อได้ ซึ่งหากลูกค้าประเภทนี้มาซื้อถือว่าโชคดี เพราะปิดการขายได้ไม่ยาก
    .
    - หลักปิดการขายOnline
    .
    หากลูกค้าทักทายมา เมื่อดูจากการแอบส่องแล้ว หากเข้าข่ายราคะจริต ให้เน้นพูดจาเป็นกันเอง โดยใช้ภาษาเดียวกับลูกค้า ซึ่งลูกค้าราคะมักใช้คำแทนตัวว่า เค้า ตัวเอง พูดแบบกันเองฉะนั้นคุณก็ต้องใช้ภาษาเดียวกัน หรือใส่คำพูดฟรุ้งฟริ้งใส่ๆไปให้เหมือนเพื่อนคุยกัน อย่าเป็นทางการ (หลักทางจิตวิทยาสำคัญ การใช้ภาษาเดียวคุยกัน จะทำให้อีกฝ่ายเปิดใจรับทันที)
    .
    หลักปิดการขายจริตราคะไม่เหนื่อย เพราะอย่างที่ผมบอกว่าส่วนใหญ่ซื้อทันทีไม่ถาม และอาจแค่ขอส่วนลดพอเป็นพิธีเท่านั้น หากคุณให้ส่วนลดได้หรือไม่ได้ ค่อยว่ากันไป แต่อย่าลืมเชียร์ให้ซื้อเพิ่มด้วยเสมอ โดยนำเสนอในหลักว่าหากซื้อเพิ่มจะได้สิทธิพิเศษอะไรเพิ่มเติมเป็นตัวล่อ เมื่อลูกค้าตัดสินใจแล้วห้ามยืดเยื้อเด็ดขาด รีบสรุปยอดให้ไว ขอที่อยู่จัดส่งทันที เพราะการขอชื่อที่อยู่มาก่อน เป็นเหมือนการผูกมัดให้ลูกค้าไม่กล้าเปลี่ยนใจภายหลังแล้ว พร้อมกับย้ำเลยว่าโอนเลยตอนนี้จะรีบแพคและได้ส่งทันพรุ่งนี้เช้าเลยจ้า ไม่งั้นอาจต้องรอรอบวันถัดไปเลยนะ
    .
    จุดนี้สำคัญมากการขายออนไลน์ ลูกค้าจะมีเวลาคิดเป็นวันๆหรือหลายชั่วโมงก่อนโอนเงิน สินค้าที่ซื้อด้วยอารมณ์ แค่ผ่านไปไม่นานหากหมดอารมณ์ความอยากได้ ความต้องการจะหมดลงทันที เพราะเมื่อปล่อยให้คิดจะมีเหตุผลร้อยแปดมาต่อต้านว่าตกลงเอาดีไหม
    .
    ต่างจากออฟไลน์ที่สามารถปิดการขายได้ ณจุดนั้นทันที แต่ออฟไลน์หากปิดไม่ได้ ปล่อยให้ลูกค้าลองคิดดูก่อน โอกาสกลับมาซื้อน้อยมากๆเช่นกัน สังเกตุพนักกงานขายเก่งๆตามช็อปในห้าง เค้าจะโน้มน้าวพยายามไม่ยอมให้คุณออกจากร้านเด็ดขาด เพราะถ้าออกโอกาสกลับมาซื้อจะแทบไม่เหลือแล้ว ที่เค้าใช้เทคนิคนี้กันไม่ใช่ว่าเค้าเก่งจากส่วนตัว แต่เพราะเค้าถูกเทรนมาอย่างดี
    .
    และนี่คือตัวอย่างของราคะจริต หงส์ผู้รักความสวยงาม คราวนี้มาดูจริตต่อไปกัน



    โทสะจริต 
    .
    ตัวแทนสัตว์สัญลักษณ์ : เสือ
    .
    แนวคิดและนิสัย : จิตขุ่นเคือง โกรธง่าย คาดหวังว่าโลกต้องเป็นอย่างที่ตัวเองคิด พูดตรงไปตรงมา ชอบชี้ถูกชี้ผิด เจ้าระเบียบ เคร่งกฎเกณฑ์ พูดคำไหนคำนั้น ไม่ค่อยโลภ เข้ากับผู้อื่นได้ยาก 
    .
    - พฤติกรรมการเลือกซื้อ
    .
    ซื้อด้วยเหตุและผลความจำเป็น ไม่ซื้อด้วยอารมณ์ ซื้อเพราะตอบโจทย์ความต้องการได้จริงๆเท่านั้น ไม่สนโปรโมชั่น ชอบเปรียบเทียบคุณสมบัติ คุณลักษณะกับแบรนด์อื่นๆก่อนเลือกซื้อ อิทธิพลการซื้อมาจากสินค้า เป็นหลัก
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOffline
    .
    แต่งตัวประณีต เดินเร็ว ไม่ยิ้ม ถามห้วนๆไม่มีหางเสียง ดูทุกรายละเอียดของสินค้าอย่างถี่ถ้วน สอบถามอย่างละเอียดยิบ มักตำหนิว่าตรงนี้ไม่สวย ตรงนั้นไม่ดี ไม่น่ามีตรงนี้เลย ชอบเปรียบเทียบเดินดูทุกยี่ห้อก่อนตัดสินใจ และชอบเปรียบเทียบเรื่องราคา
    .
    - หลักปิดการขาย Offline
    .
    คุณต้องยิ้มแย้ม สอบถามอย่างสุภาพว่าคุณสามารถช่วยเหลืออะไรเค้าได้บ้างไหม หากเค้ายังไม่ต้องการ ก็ให้ยืนทิ้งระยะห่าง แต่ต้องแสดงให้รู้ว่าเราใส่ใจพร้อมแนะนำเสมอ และต้องรอให้ลูกค้าถามก่อนเท่านั้น ห้ามเข้าไปกดดันการเลือกซื้อเด็ดขาด และเมื่อลูกค้าสอบถาม คุณต้องพูดแบบสุภาพและนอบน้อมให้มากที่สุด เพราะคนประเภทโทสะ เป็นกลุ่มที่ชอบยกตน เมื่อรู้สึกใครนอบน้อมด้วยจะรู้สึกดีด้วยทันที 
    .
    โทสะชอบการบริการที่ดี หากมีการดูแลเทคแคร์อย่างดี โทสะจะชอบมากๆ เพราะโทสะจะชอบความรู้สึกที่อยู่เหนือผู้อื่นชอบให้คนอื่นมาเอาใจ สำคัญคุณต้องเป็นผู้ฟังที่ดี และเป็นผู้ถามที่ดี ห้ามพูดมากหรือเชียร์ขายจนเว่อร์ เพราะเซลล์ที่ดีไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีต่างหาก ฟังที่ดีคือพยายามจับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้ได้ ฉะนั้นต้องจับจุดความต้องการของลูกค้าให้ได้ ว่าPain Point และ Gain Point คืออะไรแล้วฟันโช๊ะเพื่อตอบโจทย์ข้อนั้นไปทันทีไม่ต้องพูดหว่านล้อมเอาเนื้อๆเน้นๆห้ามน้ำ เพราะโทสะจะขี้รำคาญไม่ชอบคนพูดมาก 

    .
    ซึ่งการเป็นผู้ฟังที่ดีได้ ต้องเป็นผู้ตั้งคำถามที่เก่ง แม้ตอบก็ต้องตอบด้วยคำถามเพื่อให้ได้รู้ถึงความต้องการที่แท้จริงให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าบ่นแพง ก็ให้ตอบไปว่าทำไมคุณลูกค้าถึงคิดว่าแพงครับ การถามเพื่อให้คุณรู้ถึงสาเหตุ เพื่อจะได้หาจุดที่ลูกค้ารู้สึกมาแก้ต่าง เช่นถ้าลูกค้าบอกอีกเจ้าถูกกว่าคุณจะได้ นำเสนอเปรียบเทียบเชิงคุ้มค่า ด้วยคุณลักษณะหรือคุณประโยชน์ที่เหนือกว่าคู่แข่งได้นั่นเอง
    .
    หรือถ้าลูกค้ามีแนวโน้มยังไม่ซื้อ ต้องถามเพื่อรู้ให้ได้ว่า จุดปัญหาที่ลูกค้ายังไม่ซื้อคืออะไร เช่นหากเป็นที่ตัวสินค้าว่าไม่ดีพอ ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าตรงจุดไหน เมื่อรู้แล้วคุณต้องพยายามเคลียร์ให้ได้ หรือหากติดปัญหาเรื่องยังไม่พร้อมเรื่องเงิน คุณก็จะได้นำเสนอรุ่นอื่นๆที่รองลงมา หรือนำเสนอการผ่อนชำระให้ 
    .
    อย่างที่ผมเคยบอกเรื่องนี้สำคัญมาก การสร้างภูมิคุ้มกัน หลักของศาสตร์พระราชาที่ผมเคยอธิบายไปแล้วในบทความก่อนๆคือ ต้องคิดเผื่อปัญหาที่จะมาในทุกๆด้านเป็นแผนสำรองเสมอ ฉะนั้น คุณต้องคิดเผื่อทุกจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดอ่อนออกมา แล้วหาวิธีการตอบโต้ไว้ก่อนที่จุดนั้นจะเกิดขึ้น เพื่อให้เป็นแผนสำรองที่พร้อมใช้ได้ทุกเมื่อ เพราะเมื่อสถานะการณ์มาถึงจริงคุณก็มีทางออกไว้เรียบร้อยแล้วนั่นเอง และนี่ละการสร้างภูมิคุ้มกันของศาสตร์พระราชา
    .
    จุดสำคัญที่จะปิดการขายกับโทสะจริต ไม่สามารถใช้วิธีรวบรัดแบบราคะจริตได้ เพราะโทสะจริตจะไม่ชอบให้ใครมากดดัน แต่วิธีการคือคุณต้องเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้หมดไป เชิงเปรียบเทียบและสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับอย่างแท้จริง และกระพือจุดที่ลูกค้าต้องการให้ลุกโชนให้ได้ และเมื่อทุกอย่างเคลียร์ นั่นก็หมายถึง คุณปิดการขายได้แน่นอน
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOnline
    .
    ให้ดูจากรูปโปรไฟล์ ถ้าดูเป็นคนจริงจังการโพสต์ไม่มีสีสัน เพื่อนน้อย ไม่ค่อยมีใครมาปฏิสัมพันธ์ด้วย โพสต์แต่เรื่องเครียดๆ ก็ให้เดาไว้ก่อนเลยน่าจะเป็นโทสะจริต 
    .
    ซึ่งโทสะจริตหากเป็นออนไลน์จะทัก ห้วนๆ เช่น สนใจอันนี้ถามหน่อยสิ โทสะจะต้องถามรายละเอียด จะไม่อยู่ๆแล้วซื้อทันที ซึ่งโทสะมักชอบมีตำหนินู่นนี่ด้วยเสมอ เช่นออกแบบไม่สวย หรือ ราคาทำไมแพง และมักจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เช่นชอบค้านหากเห็นต่าง หรือมักบ่นร้านอื่นๆที่เคยซื้อแล้วไม่ดีให้ฟัง คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มโทสะจริต
    .
    - หลักปิดการขายOnline
    .
    คุณต้องพูดคุยด้วยภาษาทางการ สุภาพ ทำให้เค้ารู้สึกว่าคุณพร้อมให้บริการเต็มที่ ต้องให้ข้อมูลเชิงลึก ต้องเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ต้องตอบทุกข้อสงสัยให้ได้ ต้องใจเย็นๆห้ามร้อนใส่เด็ดขาด เพราะโทสะจริตถ้าคุณ ไปตอบโต้ คุณอาจโดนโพสต์ประจานให้แบรนด์เสียหายได้สูงมาก 
    .
    ฉะนั้นเจอแนวนี้มาต้องสุภาพเข้าไว้ เค้าจะงี่เง่าแค่ไหนก็ขอแค่ให้รู้ไว้ว่า จริตคนเราไม่เหมือนกัน คนนี้เป็นโทสะจริตจึงเป็นคนนิสัยแบบนี้ ซึ่งหากคุณเข้าใจในความต่างของจิตใจมนุษย์ คุณก็จะลดความหงุดหงิดไปได้เยอะเลยทีเดียว 
    .
    อย่างที่ผมบอกหลักการออนไลน์กับออฟไลน์ของโทสะจริตจะเหมือนกันคือ คุณจะปิดการขายเค้าได้ก็ต่อเมื่อคุณสามารถตอบทุกข้อสงสัยเค้าเคลียร์ได้จนหมด แล้วเมื่อนั้นละคุณจึงจะได้เงินจากโทสะจริต เสือตัวพ่อ เสือตัวแม่อย่างแน่นอน
    .
    และนี่คือสิ่งที่ยืนยันว่า ทฤษฏีปิดการขายเพียงทฤษฏีเดียวของฝรั่งไม่สามารถใช้ได้กับมนุษย์ได้ทุกคน เพราะมนุษย์ในแต่ละคนมีจริตที่แตกต่างกัน สิ่งที่จะแก้ได้คือการดักทางทุกๆจริตให้ได้ และถ้าคุณทำได้ คุณก็จะได้ใจผู้คนอย่างแท้จริง

    .


    โมหะจริต 
    .
    ตัวแทนสัตว์สัญลักษณ์ : แมว
    .
    แนวคิดและนิสัย : ไม่มั่นใจตัวเอง มักคิดว่าตัวเองดูไม่ดีในสายตาคนอื่น พูดจาเบาๆ คล้อยตามคนง่าย นุ่มนวลอ่อนโยน ยิ้มง่าย ไม่ค่อยโกรธใคร ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบทำตัวเป็นจุดเด่น เป็นคนดี เป็นเพื่อนที่น่าคบ ไม่ทำร้ายใคร ขี้น้อยใจ ขี้เกรงใจ โลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่คนเดียว แต่มักมีเพื่อนๆรักเยอะเพราะเป็นคนที่น่าแกล้งและน่ารักโดยธรรมชาติ
    .

    - พฤติกรรมการเลือกซื้อ
    .
    ซื้อด้วยอารมณ์เป็นหลัก ไม่ชอบถูกกดดันด้วยการถูกขาย ชอบซื้อกับคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่จุกจิกจู้จี้ อิทธิพลที่ทำให้เกิดการซื้อมาจาก บริการจากพนักงานขาย สินค้า การจูงใจด้วยโปรโมชั่น
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOffline
    .
    บุคลิกไม่ค่อยดี ดูเขินๆอายๆ มักจะด้อมๆมองๆหน้าร้านก่อนจึงจะตัดสินใจเข้าไป เดินแบบดูแบบเกร็งๆ หากคุณทักทายเค้าจะยิ้มรับอย่างเขิน ไม่กล้าหยิบจับเพราะเกรงใจกลัวโดนว่าหากไม่ซื้อ
    .
    - หลักการขาย Offline
    .
    คุณต้องยิ้มรับอย่างจริงใจ พูดจาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เค้ารู้สึกไม่กดดัน และเมื่อเค้าเข้ามาแล้ว อย่าไปยืนกดดันเด็ดขาดในช่วงที่เค้าเลือกซื้อต้องให้อิสระเค้าอย่างเต็มที่ เพราะโมหะจริตจะรู้สึกอึดอัดอย่างมาก หากมีคนเดินตาม แล้วในที่สุดเค้าจะหนีทันทีถ้าคุณไปยืนใกล้ๆ คุณจะเสียโอกาสได้ง่ายมากกับโมหะจริต เพราะเค้ามักชอบอยู่กับตัวเอง ไม่ชอบโดนกดดัน ต้องสังเกตดูว่าเค้าดูท่าทางขอความช่วยเหลือหรือไม่ ถ้ามีจึงค่อยเข้าไปเทคแคร์
    .
    โมหะจริตมักเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจจึงมักเลือกไม่ถูก เทคนิคคือให้เชียร์ซื้อจำนวนมากกว่า 1ชิ้น และพยายามใช้โปรมาเป็นตัวล่อ เช่นซื้อ3ชิ้นมีส่วนลดเพิ่ม หรือครบ2000ได้คูปองส่วนลดครั้งต่อไป อะไรก็ว่าไป เพราะโมหะจริตเป็นคนหัวอ่อน นำเสนออะไรมักเชื่อและคล้อยตามได้ง่ายมาก การกระตุ้นด้วยการให้จ่ายเพิ่มแต่คุ้มค่ากว่าเดิม จึงเป็นกลยุทธ์ที่จะผูกโมหะจริตได้อย่างดี นอกจากนั้นพยายามคิดกลยุทธ์แบบให้ซื้อซ้ำในครั้งถัดไป เช่นแบบคูปองสะสม โมหะจริตจะชอบและต้องกลับมาใช้สิทธ์มากกว่าจริตอื่นๆ
    .
    สำคัญคุณต้องคุยกับโมหะจริตให้เหมือนเพื่อนพี่น้องคุยกัน คุยแบบเป็นกันเองให้มากที่สุด เพราะเค้าจะมีกำแพงสูงหากคุณทำตัวสนิทเหมือนเพื่อนจะสามารถทำลายกำแพงได้ทันที และเค้าจะกลายเป็นลูกค้าประจำร้านคุณได้แสนง่ายดาย หากเค้ารู้สึกว่าซื้อที่นี่แล้วเค้าสบายใจ เพราะมีพนักงานน่ารัก ที่ดูแลเค้าได้ ยังไงเค้าก็จะกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะโมหะจริตจะชอบอยู่กับอะไรที่ทำให้เค้ารู้สึกดี ใครเจอลูกค้าแบบโมหะจริตเยอะๆก็ถือว่าคุณโชคดี เพราะปิดการขายได้ง่ายมาก แต่สำคัญคือช่วงเปิดการขายเท่านั้น คือให้อิสระเค้าอย่ากดดันให้เค้าตื่นตูมเด็ดขาด
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOnline
    .
    ดูจากโปรไฟล์เป็นคนเรียบๆ ไม่มีสีสัน ไม่ค่อยอัพเดทรูป แต่อัพทีเพื่อนทักทายแซวเยอะดูเป็นคนที่น่ารักของเพื่อนๆ โพสต์แต่สิ่งดีๆ เรื่องดีๆ ก็ให้เดาได้เลยโมหะจริตเกิน65%แน่นอน ซึ่งการสอบถามเข้ามาของโมหะจริตจะทักทายอย่างสุภาพ และสอบถามรายละเอียดแบบไม่จุกจิก โมหะจริตมักจะไม่กล้าขอส่วนลดหรือโปรโมชั่น โมหะจริตหากทักมาคือโอกาสซื้อสูงมาก เพราะโมหะจะกลัวการโดนว่ากลัวถูกประจานจากแม่ค้าหากทักแล้วไม่ซื้อ ฉะนั้นหากไม่มั่นใจโมหะจริตจะไม่ทักไปสอบถามเล่นๆเด็ดขาด
    .
    - หลักปิดการขายOnline
    .
    อย่างที่ผมบอกว่าโมหะจริตจะไม่กล้าทักไปก่อนเด็ดขาดถ้าไม่มั่นใจว่าจะเอาจริงๆ ฉะนั้น คุณต้องทำให้โมหะจริตทักไปให้ได้ ด้วยการโพสต์อย่างเป็นมิตร เช่น "สอบถามได้จ้าแม่ค้าใจดี๊ดี ไม่ซื้อไม่เป็นไรนะจ๊ะ" อะไรประมาณนี้ เพื่อให้ดูเป็นมิตร ซึ่งจะช่วยให้โมหะจริตรู้สึกไม่กลัวและกล้าถาม ซึ่งขอแค่ให้ได้ถาม โอกาสปิดการขายจะสูงทันที ซึ่งหลักการปิดการขายอย่างที่บอกไปกับออฟไลน์ให้ใช้หลักการเดียวกันได้เลย เพิ่มเติมคือเค้าไม่กล้าขอส่วนลด แต่ถ้าคุณบอกส่วนลดให้เอง เค้าจะประทับใจอย่างมากในบริการ
    .
    และนี่คือโมหะจริต แมวน้อยที่แสนน่ารักที่ต้องบอกว่าโชคดีเหลือเกินถ้าเจอลูกค้าแบบนี้

    .
    ต่อมา

    .

    วิตกจริต
    .
    ตัวแทนสัตว์สัญลักษณ์ : สุนัขจิ้งจอก
    .
    แนวคิดและนิสัย : เป็นคนพูดมาก(ไม่ใช่พูดเก่ง) จุกจิก สมองเต็มไปด้วยความคิด ฟุ้งซ่าน มองโลกในแง่ร้ายว่าคนอื่นจะเอาเปรียบ เจ้ากี้เจ้าการ อัตตาสูงคิดว่าตัวเองเก่ง คิดซับซ้อนหลายชั้น เป็นคนกลับกรอก ไม่รักษาสัญญา
    .

    - พฤติกรรมการเลือกซื้อ
    .
    จุกจิกจู้จี้ ไม่มั่นใจในการตัดสินใจ ไม่เชื่อมั่นในสินค้า ชอบเปรียบเทียบเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดจนทำให้ตัดสินใจยาก เปลี่ยนใจง่ายมากแคนเซิลสินค้าได้ทุกเวลา 
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOffline
    .
    จริงๆ วิตกจริตกับ โทสะจริตจะคล้ายๆกัน แต่ที่ต่างกันชัดเจนคือ โทสะจะยึดมั่นรักษาสัญญา แต่วิตกจะไม่สนใจในคำมั่นสัญญา พร้อมเปลี่ยนใจได้เสมอ
    .
    วิตกจะสีหน้าเรียบเฉย แต่งกายไม่เป็น จับนั่นผสมนี่ เพราะเลือกไม่ถูก ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงไม่สนใจดูแล เข้าร้านแล้วต้องเรียกพนักงานเพื่อให้มาดูแลสอบถามทันที ถามแบบจุกจิกเรื่องมาก พยายามหาจุดจับผิด ชอบบ่น แม้พฤติกรรมจู้จี้จุกจิกจะคล้ายกันกับโทสะแต่ผิดกันตรง โทสะจะจุกจิกถามเป็นหลักการ แต่วิตกจะบ่นไปเรื่อยถามไปเรื่อย ไม่ทันได้คำตอบก็ถามเรื่องใหม่แล้ว สุดท้ายถามๆก็เดินออกไปดื้อๆไม่ซื้อซะอย่างนั้น เพราะสามารถเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา
    .
    - หลักการขาย Offline
    .
    ใครเจอลูกค้าแบบนี้บ่อยๆต้องบอกว่าเหนื่อยสุดๆ เพราะแม้จะคล้ายโทสะแต่โทสะถ้าชอบคือซื้อ แต่วิตก แม้ดูเหมือนชอบเหมือนสนใจลองแล้วลองอีก แต่สุดท้ายก็มักจะไม่ซื้อ
    .
    แต่ก็ใช่ว่าจะปราบไม่อยู่นะลองดูเทคนิคที่ผมแนะนำ เริ่มคือเปิดด้วยการยิ้มแย้ม เข้าไปดูแลประกบได้เลยเพราะวิตกจะต้องถาม ขืนไม่ประกบดูแล เดี๋ยวจะหาว่าไม่สนใจลูกค้าแน่นอน ซวยไปอีก ให้คุยอย่างสุภาพแบบสบายๆ ไม่ต้องทางการ
    .
    เริ่มคือคุณต้องฟันธงให้เค้าเห็นเลยว่า ตัวนี้พีคสุดในร้าน รุ่นยอดนิยม พร้อมกับแนะนำว่าเหมาะสมที่สุดแล้วกับเค้า อย่าให้เค้าเลือกเยอะเด็ดขาดเพราะจะไม่จบ มากสุดให้ดูเปรียบเทียบแค่2รุ่นเท่านั้นพอ และยืนยันไปเลยรุ่นอื่นๆไม่เหมาะแน่นอน โดยพยายามเชียร์ขายให้ซื้อทั้ง2ไปเลย โดยใช้โปรมาล่อ พร้อมกับเน้นย้ำว่าของมีจำกัดจริงๆหมดแล้วหมดเลย และไม่รู้ว่าจะมาเติมอีกเมื่อไหร่
    .
    หรือของหมดก็คือหมดโปร ไรก็ว่าไปเอาเงื่อนไขของเวลาที่ต้องซื้อวันนี้หรือทำให้พลาดโอกาสทองเท่านั้นมาเป็นตัวกดดันเค้าให้ได้ ตอกย้ำเยอะๆว่าเสียโอกาสนะหากพลาดวันนี้ย้ำๆไป รับรองโอกาสซื้อสูงแน่นอน เพราะวิตกจะเป็นประเภทโลภไม่ยอมพลาดสิ่งที่ควรจะได้ แม้สุดท้ายเค้าจะไม่ซื้อวันนี้ แต่เชื่อผมเถอะคนที่เป็นโปรไฟล์วิตกจริต 30% ของคนที่ออกจากร้านไปจะต้องกลับมาซื้ออย่างแน่นอนเพราะต้องกลับไปนอนคิดทั้งคืน "กรูน่าจะซื้อเมื่อวาน เสียดายตายเลยถ้าของหมด" และนี้ละคือโคตรจุดอ่อนของวิตกจริต ต้องให้เค้ารู้สึกว่าพลาดให้ได้ถ้าไม่ซื้อ ถ้าทำให้เค้ารู้สึกได้ ยังไงคุณก็ปิดการขายกับคนประเภทนี้ได้อย่างแน่นอน
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOnline
    .
    มักอัพเดทโปรไฟล์อยู่เรื่อยๆ ชอบโพสต์รูปซ้ำๆบางทีขุดเอาโปรไฟล์เก่าๆมาอัพใหม่ การโพสต์ก็มักจะโพสต์ถี่ๆ บ่อยๆ บ่นๆไปเรื่อย ชอบขุดคนนั้นคนนี้มาวิจารณ์ ชอบข่าวเกี่ยวกับชาวบ้าน ข่าวในกระแสชอบแชร์มาโพสต์แล้วเขียนข้อคิดเห็นตัวเองวิจารณ์ลงไปเสมอ ถ้าเป็นสไตล์แบบนี้ โอกาสเป็นวิตกจริตมากกว่า65%แน่นอน และเมื่อทักมาถาม มักจะทักมาหลายๆช่องทาง ทั้งอินบ็อก ทั้งไลน์ ตอบช้าจะบ่นทันที จะถามแบบจู้จี้จุกจิกอย่างมากและโดยคำถามยอดฮิตเลย จะโกงไหม ส่งจริงป่าว แล้วจะรู้ได้ไงว่าไม่โกงเป็นต้น เจอแนวนี้ฟันธงได้เลย ว่าคุณได้เจอวิตกจริตแน่นอนแล้ว
    .
    - หลักปิดการขายOnline
    .
    วิตกจริตจะขุดส่องแทบทั้งเพจคุณ และพยายามขุดค้นว่าคุณมีประวัติโกงไหม ฉะนั้นสิ่งแรกเลย ต้องทำเพจทำเว็บให้มีความน่าเชื่อถือ ให้ดูดีให้ดูว่าตั้งใจทำ และต้องมี Testimonial 
    รีวิวการส่งของจริงติดไว้ เพื่อตอกย้ำว่าร้านคุณเชื่อถือได้ไม่โกงแน่นอน สำคัญเค้าจะหาฟีดแบคจากแหล่ง UGC (User Generated Content) คือ การสร้างเนื้อหาหรือ Content ที่เกิดจากลูกค้า ตามพันทิพย์ เป็นต้น คุณจึงต้องสร้างรีวิวแบบเนียนๆในพันทิพย์และตามบล็อกต่างๆ รวมถึงผู้ทรงอิทธิพล(Micro Influencer) มาช่วยรีวิวจะช่วยได้มากๆ เมื่อผ่านด่านนี้แล้วก็เข้าสู่กลยุทธ์เดียวกับออฟไลน์ คือเสนอตัวเลือกแค่2แล้ว นำเงื่อนไขของเวลามาบีบให้เกิดความโลภให้ได้ ถ้าทำได้คุณปิดการขายได้แน่นอน
    .
    และนี่คือวิตกจริต สุนัขจิ้งจอกที่ไม่มีสัจจะพร้อมเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา ซึ่งดูแล้วเหมือนรับมือยากที่สุดสุด แต่แท้จริงแล้วไม่มีจริตไหนยากเกินไปแน่นอน เพราะถ้าคุณเข้าใจลูกค้าในแต่ละนิสัยได้และเสริฟในสิ่งที่เค้าต้องการได้ นั้นหมายถึงคุณเตรียมรับตังค์ได้ทันที
    .
    มาๆต่อๆจริตต่อมา




    ศรัทธาจริต 
    .
    -ตัวแทนสัตว์สัญลักษณ์ : สุนัขบ้านผู้ซื่อสัตย์
    .
    - แนวคิดและนิสัย : 
    .
    ยึดมั่นอย่างแรงกล้าในบุคคล ในหลักการหรือในความเชื่อและความศรัทธา คิดว่าสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดเหนือกว่าสิ่งใดๆ ความเชื่ออยู่เหนือเหตุผล ศรัทธาจริตพระพุทธเจ้ากล่าวว่า เป็นคนมีปัญญาต่ำ เพราะมีความเชื่ออย่างรุนแรงว่าจะเป็นอย่างนั้น และจะไม่ยอมรับความคิดของคนอื่น หากคนอื่นมีความคิดแตกต่างก็ไม่ยอมรับ โดยจะไม่ได้พิจารณาเหตุผลใดๆทั้งปวง ฉะนั้นหากศรัทธาคนที่เป็นคนดีก็จะดีไป แต่หากศรัทธาผิดคนก็จะถูกหลอกให้เป็นเครื่องมือได้ง่ายมาก
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOffline
    .
    ศรัทธาจริตเป็นเรื่องของภายในไม่ใช่ภายนอก บุคลิกภายนอกจึงไม่ตายตัว ศรัทธาสามารถเป็นส่วนผสมได้ทุกๆจริตยกเว้นพุทธิจริตที่จะมีน้อยมาก ศรัทธาจึงมีความหลากหลายไม่สามารถแยกแยะจากการดูแค่ภายนอกได้ ฉะนั้นให้คุณสังเกตุพฤติกรรมแล้วใช้กลยุทธ์ไปตามแต่ละจริตก่อนหน้าที่ผมได้พูดถึงไ
    .
    เพราะความคิดเรื่องความเชื่อและศรัทธาไม่สามารถตัดสินได้จากภายนอก แต่อาจพอรู้ได้หากเค้าเป็น โทสะจริตและโมหะจริต เค้าอาจสอบถามโดยเปรียบเทียบกับสิ่งที่เค้าเคยใช้แล้วชอบ เอามาข่มแบรนด์คุณ แม้คุณจะเชียร์ยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจพร้อมชื่นชมสิ่งที่เคยใช้โดยไม่ฟังเหตุผลใดๆอันนี้พอรู้ได้ว่าต้องมีศรัทธาผสมอยู่มาก ซึ่งหากคุณมีสกิลขายเจ๋งจริงๆ ที่ทำให้เชื่อได้นั่นคือเค้าจะเชื่อคุณเลย ยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่เค้าไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนหรือเจอประสบการณ์ไม่ดี ถือว่าคุณโชคดีมาก เพราะหากคุณบิ้วดีๆ เค้าจะเป็นสาวกแบรนด์คุณได้ง่ายมากๆ
    .
    - หลักการขาย Offline
    .
    ต้องบอกว่าการที่คุณสามารถทำให้ศรัทธาจริตเชื่อถือได้ นั่นหมายถึงเค้าจะเป็นสาวกคุณและจะรักแบรนด์คุณแบบพร้อมปกป้องได้เลย ฉะนั้นทุกๆจริตต่างมีศรัทธาแฝงอยู่ทั้งสิ้นอยู่ที่ว่ามากหรือน้อยก็แค่นั้น คีย์คือบริการไปให้สุด ดูแลลูกค้าให้เค้าประทับใจให้ได้ในทุกๆคน ยังไงก็จะมีคนอยู่ส่วนหนึ่งในแต่ละจริตที่มีศรัทธาผสมอยู่ที่พร้อมจะเป็นสาวกแบรนด์ของคุณได้เลย
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOnline
    .
    แม้ออฟไลน์จะสามารถสังเกตุได้ยาก แต่ออนไลน์เรากลับสามารถดูได้ง่ายกว่า ด้วยการดูข้อมูลจากโปรไฟล์ เช่น ฝักใฝ่การเมือง หรือเป็นสาวกดารานักร้อง สาวกแบรนด์สินค้า หรือมีความเชื่อทางด้านโชคลางของขลัง กลุ่มนี้ล้วนฟันธงได้เลยว่าเป็นคนที่มีศรัทธาจริตผสมอยู่ปริมาณมาก
    .
    ซึ่งจริงๆแล้วทุกคนล้วนมีศรัทธาจริตผสมอยู่ทั้งนั้น แต่ต่างกันตรงเพียงแค่ว่ามากหรือน้อยแค่นั้น เพราะมนุษย์ที่สามารถเป็นกลางกับทุกสิ่งได้อย่างแท้จริง คือระดับพระอรหันต์ขึ้นไปเท่านั้น
    .
    - หลักปิดการขายOnline
    .
    ให้ใช้สูตรเดียวกับออฟไลน์ นั้นคือบริการให้ประทับใจกับทุกๆจริต ยังไงก็ต้องมีคนที่ศรัทธาจริตผสมอยู่เยอะๆที่พร้อมจะประทับใจในแบรนด์คุณ จนแบบสามารถพร้อมปกป้องและเป็นสาวกได้ตลอดไปเลย หากคุณสามารถดูแลเค้าได้อย่างคงเส้นคงวา
    .
    และนี่คือศรัทธาจริต สุนัขบ้านผู้ซื่อสัตย์ ที่รักไม่มีเปลี่ยนแปลง ต่อมาจริตสุดท้าย



    พุทธิจริต 
    .
    ตัวแทนสัตว์สัญลักษณ์ : สิงโต
    .
    - แนวคิดและนิสัย 
    .
    คิดบวกเสมอ พูดอะไรเป็นเหตุเป็นผล พร้อมรับทุกความคิดเห็น เพื่อนำมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ชอบการเรียนรู้พัฒนาตัวเองตลอดเวลา จึงเป็นคนฉลาดด้วยปัญญา รู้จักแยกแยะ ไม่หลงมัวเมากับอบายมุข ไม่เอาเปรียบใคร มีความเมตตา เป็นผู้ศรัทธาในตนเอง เชื่อมั่นในศักยภาพแห่งมนุษย์ และจะศรัทธาในสิ่งที่ควรศรัทธาด้วยเหตุผลไม่ใช่ด้วยอารมณ์
    .

    - พฤติกรรมการเลือกซื้อ
    .
    ซื้อด้วยเหตุและผล มีการเปรียบเทียบเชิงความคุ้มค่า ซื้อในสิ่งที่ให้ความคุ้มค่าได้มากที่สุด อิทธิพลในการเลือกซื้อ คุณภาพของสินค้า โปรโมชั่น
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOffline
    .
    บุคลิกน่าเชื่อถือ ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี เมื่อคุณทักทายเค้าจะทักทายตอบด้วยคำสวัสดีพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตร หรืออาจทักทายคุณก่อนด้วยซ้ำ หากคุณไหว้ เค้าจะรับไหว้เสมอๆ เพราะพุทธิจริตจะมองคนอย่างเสมอภาคและให้เกียรติกับผู้คนในทุกระดับ คนที่มีจริตนี้มักเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ เพราะรักในการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทำให้ชีวิตพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จ จึงมักมีเครื่องประดับแบรนด์เนมของมีค่า ดูรวยแบบมีสมองรวยจากการบากบั่นพยายาม ดูเป็นผู้บริหารที่ใจดี เป็นคนที่ไม่ซีเรียสกับอะไรทั้งสิ้น ดูรับได้จากทุกการบกพร่องของร้านคุณ ต่อให้เจอไม่มีพนักงานสนใจดูแล หรือเจอสิ่งไม่พอใจก็มักจะมองผ่านมองข้าม เพราะเข้าใจในมนุษย์ว่าเป็นเรื่องปกติในความบกพร่องที่ต้องเจอ หากเค้าสงสัยจะถามทันทีอย่างสุภาพและให้เกียรติ และหากคุณให้คำแนะนำจะขอบคุณอย่างจริงใจ ชอบสอบถามสเปคและคุณค่าของสิ่งที่ได้ ซื้อคือซื้อ ไม่ซื้อคือไม่ซื้อตัดสินใจได้ในเวลาไม่นาน
    .
    - หลักการขาย Offline
    .
    ทักทายอย่างสุภาพและจริงใจด้วยยรอยยิ้ม พุทธิจริตเป็นจริตที่ไม่มีกำแพงและกรอบ ฉะนั้นคุณสามารถเดินเพื่อแนะนำสินค้าได้เลยอย่างเต็มที่และสามารถสื่อสารได้ตามวัยได้เลย เช่นหากเค้าอายุน้อยกว่าคุณก็สามารถพูดจาแบบเป็นกันเองได้อย่างเต็มที่ แต่หากดูมีวัยวุฒิและคุณวุฒิก็ต้องให้เกียรติด้วยการพูดอย่างสุภาพนอบน้อม คีย์สำคัญในการปิดการขายกับพุทธิจริตคือ พุทธิจริตหากสามารถนำเสนออย่างเป็นเหตุเป็นผลให้เห็นถึงคุณค่าสินค้าของคุณที่เค้าจะได้รับ คุณจะปิดการขายได้ไม่ยาก สำคัญคุณต้องเชียร์นำเสนอให้เค้าซื้อเพิ่มด้วยการนำโปรโมชั่นเรื่องความคุ้มค่ามาเป็นตัวล่อ เพราะพุทธิมักจะเลือกสิ่งที่คิดว่าคุ้มค่ากว่าเสมอ นี่คือจุดอ่อนสำคัญของพุทธิ หากนำเสนอในคุณค่าที่เค้าจะได้รับเพิ่มขึ้นเค้าจะสนใจทันทีและตัดสินใจในสิ่งที่เค้าจะได้ความคุ้มค่ามากที่สุดเสมอ
    .
    - จุดสังเกตุลักษณะ กรณีOnline
    .
    พุทธิจริตหากเป็นรูปโปรไฟล์ มักจะดูเป็นคนสำเร็จ ดูมีความรู้ ดูมีความรู้เชิงวิชาการ แต่จะมีมุมสนุกสนานปนด้วยเสมอ เป็นสายสมดุลเล่นคือเล่นงานคืองานเที่ยวคือเที่ยว ซึ่งหากซื้อ เค้าจะทักมาแล้วซื้อเลย จะไม่สอบถามอะไรมากมาย เพราะพุทธิจริตก่อนจะตัดสินใจซื้อ เค้าได้ศึกษาหาข้อมูลร้านค้าและสินค้าคุณมาเรียบร้อยแล้วด้วยตัวเอง คนเป็นพุทธิจริตจะไม่เชื่อแบรนด์แต่จะเชื่อตัวเองเค้าจึงไม่คิดจะสอบถามข้อมูลจากคุณ แต่จะสืบหาด้วยตนเอง คือต้องสืบจนรู้แจ้งว่าดีที่สุดและดีแล้วจริงๆจึงซื้อ เพราะคนเป็นพุทธิจะต้องรู้แจ้งด้วยตนเองเสมอ ฉะนั้นจึงมักทักมาแล้วซื้อทันที
    .
    - หลักปิดการขายOnline
    .
    สร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บและเพจให้ดูดีที่สุด แม้พุทธิจริตจะไม่เชื่อในรีวิวแต่ก็ควรมี สำคัญต้องดักเส้นทางให้ได้ฉบับเต็มดูได้จาก บทความเรื่องกลยุทธ์5A ที่ผมโพสต์ไปก่อนนี้ คือ คนประเภทนี้จะหาข้อมูล ตั้งแต่เพจ เว็บ แต่สำคัญเค้าจะหาฟีดแบคจากแหล่ง UGC (User Generated Content) คือ การสร้างเนื้อหาหรือ Content ที่เกิดจากลูกค้า ตามพันทิพย์ เป็นต้น คุณจึงต้องสร้างรีวิวแบบเนียนๆในพันทิพย์และตามบล็อกต่างๆ รวมถึงผู้ทรงอิทธิพล(Micro Influencer) มาช่วยรีวิวจะช่วยได้มากๆ และเมื่อเค้าเช็คจนเชื่อมั่นแล้วเค้าจะซื้อทันทีโดยไม่มีการถามจากแบรนด์ ส่วนเทคนิคก็เหมือนออฟไลน์คือเมื่อมีการสั่งซื้อ ต้องเชียร์ให้ซื้อเพิ่มด้วยการนำเสนอโปรโมชั่นที่คุ้มค่ากว่า อย่างที่บอกพุทธิจริตจุดอ่อนคือ จะเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ถ้านำเสนอแบบสมเหตุผล ในสิ่งที่เค้าจะได้รับความคุ้มค่าเพิ่มขึ้น ยังไงก็มีการซื้อเพิ่มได้อย่างไม่ยากแน่นอน
    .
    และนี่ละพุทธิจริต ผู้ตื่นรู้เช่นสิงโตราชาแห่งป่า
    .
    .
    และทั้งหมดนี้คือจริตทั้ง6 ที่จะทำให้คุณเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละจริต เพื่อออกแบบตัวเองให้ตรงจริตกับลูกค้าในแต่ละประเภท เพราะคนมักชอบอะไรที่ตรงกับจริตตัวเองเสมอๆ

    .
    "ธุรกิจ เป็นเรื่อง ของคนกับคน ถ้าคุณตอบสนองความต้องการของคนได้ คนก็จะยอมจ่ายเงินให้กับคุณ"



    และนี่คือเพียงแค่ 2% จากเนื้อหาทั้งหมดของคอร์ส "เซียนธุรกิจ360องศา O2O" คอร์สสร้างธุรกิจที่ครบวงจรที่สุดแบบ360องศา ที่ผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ผสมผสานกลยุทธ์ทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน ทั้งหลักการบริหาร การสร้างแบรนด์ การตลาด และการขาย ที่จะช่วยสร้างให้คุณเป็นเซียนทั้ง2ช่องทาง เพื่อมุ่งเน้นให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน 
    .
    สอนโดย2ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านออนไลน์ และออฟไลน์ ที่ผ่านประสบการณ์กับบริษัทชั้นนำของประเทศมามากมายนับร้อยบริษัท
    .
    ★ลงทุนแค่หลักพันแต่ได้กลับมาหลักล้าน แค่รู้วิธีการ
    .
    ★คอร์สนี้เหมาะกับ 
    .
    - ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ที่ต้องการสร้างธุรกิจอย่างจริงจัง
    .
    - สถานประกอบการทั่วไป ร้านอาหาร โรงเรียน โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว สถานที่ให้บริการรูปแบบต่างๆ
    .
    - บริษัท องค์กร ทั้งเล็กและใหญ่ ธุรกิจทุกประเภท
    .
    ถ้าคุณเป็นบุคคลเหล่านี้ คอร์สนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอน 
    .
    คำถามยอดฮิต
    .
    สินค้าติดตลาดอยู่แล้ว จำเป็นต้องเรียนไหม?
    .
    จำเป็น!! เพราะคอร์สนี้จะทำให้คุณรู้วิธีทำตลาดแบบใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า และสามารถเติบโดได้อย่างยั่งยืน 
    .
    พึ่งเริ่มทำธุรกิจมาไม่นาน คอร์สนี้จะเหมาะไหม?
    .
    เหมาะอย่างยิ่ง เพราะคอร์สนี้เปรียบเหมือนลายแทง ที่คุณจำเป็นต้องมีเท่านั้น 
    .
    ยังไม่มีสินค้าเลย เรียนได้รึป่าว?
    .
    ไม่มีสินค้าก็เรียนได้ เพราะเมื่อรู้กระบวนการคุณก็จะไปเสาะแสวงหาสินค้ามาเองจนได้ สำคัญยิ่งจุดเริ่ม่านการวิเคราะห์การเลือกสินค้าเป็นอย่างดี จากสิ่งที่เรียนรู้ไป สินค้าที่คุณเลือกไม่มีทางล้มเหลวแน่นอน ฉะนั้นแค่คิดเริ่มก็ยิ่งต้องเรียน

    ★และนี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับจากคอร์สนี้★
    .
    .
    STEP 1 : เข้าใจภาพรวมของธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์
    .
    - โอกาสและการเจริญเติบโตของธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์
    .
    - ความเข้าใจในกลไกการตลาดออนไลน์และออฟไลน์อย่างแท้จริง
    .
    .
    STEP 2 : การวางแผน และวิเคราะห์ธุรกิจ (เพื่อต่อยอดพัฒนา)
    .
    .
    - ทำให้คุณรู้เป้าหมายที่ชัดเจนของธุรกิจ เพื่อสามารถวางแผนอย่างเป็นระบบ ให้สอดคล้องกับMission และVisionที่วางไว้
    .
    - คุณสามารถวิเคราะห์ ปัจจัยกดดันทั้ง 5 (Five Force Model) วิเคราะห์คู่แข่ง สภาพแวดล้อมการแข่งขัน เพื่อวางแผนกลยุทธ์
    .
    - วิเคราะห์รอบด้านภาพรวมธุรกิจคุณด้วย Business Model 
    .
    - รู้การประเมินศักยภาพของตัวคุณ ธุรกิจและสินค้า ด้วยการวิเคราะห์ SWOT Analysis พร้อมเทคนิคเสริมจุดเด่นและลบจุดด้อย ของธุรกิจ และเทคนิคการหาช่องทางโอกาสใหม่ๆเพิ่ม 
    .
    - รู้เขารู้เรา เปรียบเทียบกับคู่แข่งทั้งทางตรง และทางอ้อม แบบรอบด้าน ด้วยหลักการ 4P เปรียบเทียบทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด และทำให้เรารู้ว่าเราอยู่เบอร์ไหนในส่วนแบ่งการตลาด เพื่อนำมาปรับแก้ไขในแต่ละจุดได้อย่างตรงเป้าและเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป้าหมายการขยับขึ้นนำเป็นเบอร์ต้นๆให้ได้ 
    .
    - สามารถเขียนแผนธุรกิจ การตั้งเป้าหมายระยะใกล้ แบ่งเป็นไตรมาศ และ ควอเตอร์ และระยะไกล พร้อมเขียนวิธีการที่ส่งผลไปสู่ความสำเร็จและการวัดผลที่ต้องวัดผลประเมินได้จริง
    .
    - สามารถวางแผนเป้าหมายทางการตลาด ด้วยกลยุทธ์ 7P ,4C และ 5W1H ในการวิเคราะห์ สำคัญต้องรู้วิธีการที่จะตีโจทย์การตลาดให้แตกได้จริงๆ เราจะวิเคราะห์เปรียบเทียบและเสริมเทคนิคอย่างละเอียดยิบ 
    .
    - สามารถสรุปแผนด้านการตลาดจากการวิเคราะห์ มาประเมินพฤติกรรมลูกค้า และสร้างกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ราคา กลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย และกลยุทธ์ด้านการตลาดได้ 
    .
    - สามารถวางแผนกลยุทธ์ด้านการขาย ช่องทางจำหน่าย จำนวนพนักงาน และเครื่องมือที่ใช้ และกระบวนการ การขายสินค้าได้
    .
    - สามารถวิเคราะห์แผนการเงินของธุรกิจได้
    .
    - สามารถวางแผนออกแบบกลยุทธ์การสร้างความพึงพอใจสูงสุดด้วยสูตร CRM, CEMและ CE และการทำ Service Design
    .
    - สามารถ ตั้งแผนฉุกเฉิน เช่นกรณีสินค้าผลิตไม่ทัน เงื่อนไขการรับประกันสินค้า กรณีไม่สามารถขายได้ตามเป้า กรณีโดนคู่แข่งโจมตี หรือ กรณีงบการเงินติดขัดหมุนไม่ทัน เป็นต้น คุณต้องมีแผน 1,2และ3 สำรองพร้อมวิธีแก้ไขไว้แล้วทั้งหมด
    .
    .
    STEP 3 : เรียนรู้กลยุทธ์การตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์
    .
    - ได้หลักการวิธีการและแนวคิดในการทำการตลาด และข้อเปรียบเทียบออฟไลน์และออนไลน์
    .
    - ได้รู้สุดยอดกลยุทธ์พิเศษต่างๆมากมาย เช่น กลยุทธ์การตลาดต้นทุนต่ำ(Low Cost Marketing) กลยุทธ์สงครามกองโจร(Guerrilla Marketing) กลยุทธ์ Buzz Marketing กลยุทธ์ Viral Marketing กลยุทธ์การติดตามสปายคู่แข่ง กลยุทธ์ถ้าเราเป็นผู้นำ หรือเราเป็นผู้ตามต้องแก้ทางยังไง เป็นต้น (W)
    .
    - รู้กลยุทธ์สำหรับการเจาะสินค้าเฉพาะกลุ่ม(Niche Market) ให้สำเร็จเป็นเบอร์ต้นๆของวงการ
    .
    - รู้กลยุทธ์การตลาดออฟไลน์ทุกช่องทาง เช่น การออกบูธงานแสดงสินค้า การแจกโบรชัวร์ การลงประกาศสื่อท้องถิ่น การทำคอมมานโดทีม หรือการส่งเซลล์กระจายเพื่อเข้าพบลูกค้า เป็นต้น
    .
    - รู้กลยุทธ์เทคนิคการประเมินเลือกทำเลทองที่แม่นยำ เพื่อให้สินค้าสามารถทำยอดขายได้ตามเป้า
    .
    - รู้วิธีการเข้าถึงช่องทางจำหน่าย กฏและเงื่อนไขต่างๆ เช่น เว็บไซต์ สื่อโซเชี่ยล ยี่ปั้ว การฝากขาย ขั้นตอนการเข้าModern Trade เช่น The mall ,Central ,Robinson และHyper Market เช่น Lotus ,Big C  การเข้า 7-11 หรือขั้นตอนการติดต่อออกงานExhibition รวมถึงOnline เช่น Lazada Shopee 11Street เป็นต้น
    .
    - รู้เคล็ดลับรวมทริคสุดยอด 20 เทคนิคที่การตลาดออฟไลน์ใช้กัน
    .
    - เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค ในแต่ละวัย แต่ละสังคม แต่ละภูมิลำเนา จนคุณเข้าใจอย่างถ่องแท้
    .
    - วิเคราะห์Customer Journey เส้นทางของลูกค้า ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อดักกลยุทธ์ไว้ทุกช่องทาง
    .
    - หา Segmentation ส่วนแบ่งการตลาดภาพรวมทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ 
    .
    - หา Targeting เลือกตลาดเป้าหมาย ที่คุณจะลุย
    .
    - หา Positioning การสร้างจุดยืนของแบรนด์คุณ ให้แตกต่างออกจากคู่แข่ง และโดนใจกลุ่มเป้าหมาย
    .
    - สแกนหา Consumer Insight ให้รู้จุดซื้อที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อกำหนดกลยุทธ์ให้โดนใจ
    .
    - กลยุทธ์ Digital Marketing Funnel ขั้นตอนการวางแผน ตั้งแต่เริ่มสนใจ จนจบด้วยการบอกต่อ
    .
    - กลยุทธ์สินค้า Product Strategy ทำสินค้าอย่างไรให้ตอบโจทย์โดนใจลูกค้า
    .
    - กลยุทธ์ราคา Price Strategy ตั้งราคาอย่างไร ให้เหมาะสมในการแข่งขัน
    .
    - กลยุทธ์ ช่องทางจำหน่าย Place Strategy ใช้ทุกช่องทางอย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    - กลยุทธ์ ส่งเสริมการตลาด Promotion Strategy ให้เกิดประสิทธิผลที่สูงสุด
    .
    - กลยุทธ์ Emotional Marketing การตลาดแบบเร้าอารมณ์
    .
    - กลยุทธ์ AIDA นั่งในใจลูกค้าอย่างโดนใจ 
    .
    - กลยุทธ์ในการทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ 
    .
    - สามารถวัดผลทั้งหมดด้วย สูตร PDCA ทำให้รู้ว่าสิ่งไหนควรทำต่อสิ่งไหนควรยกเลิกและส่วนไหนควรปรับปรุง
    .
    - สามารถวัดผลเงินที่ลงทุนกับงบการตลาดได้ด้วย ROI (return on investment) ทำให้เราสามารถประเมินความคุ้มค่ากับเงินลงทุนได้
    .

    STEP 4 : กลยุทธ์สร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน
    .
    .
    - สามารถเข้าใจถึง แบรนด์ของคุณได้อย่างลึกซึ้ง เข้าใจเหตุผลและวิธีการสร้างแบรนด์อย่างถ่องแท้
    .
    - รู้กลยุทธ์ขั้นตอนการทำ Brand การประเมินโอกาสและทิศทาง ทางธุรกิจที่แม่นยำและวัดผลได้
    .
    - ยุทธวิธีในการเขียนวิชั่นให้มีความท้าทาย เพื่อชี้นำสู่การตั้งเป้าแห่งความสำเร็จ Brand Future Vision
    .
    - รู้วิธีการหา จุดยืนของแบรนด์ (Brand Positioning)เพื่อปักธงความเป็น1 ให้คนจดจำเป็นทางเลือกแรกหากนึกถึงเรื่องนั้นให้ได้ 
    .
    - รู้วิธีและการสร้าง Brand Mission เพื่อบ่งบอก พร้อมวิธีการที่จะทำให้เข้าถึงใจผู้บริโภคมากที่สุด 
    .
    - รู้เทคนิคที่ทำให้คนเห็นแบรนด์ของคุณ จนเป็นที่จดจำได้
    .
    - รู้เคล็ดลับการออกแบบการบริการ(Service Design) ให้ลูกค้าประทับใจแบรนด์ไม่รู้ลืม 
    .
    - รู้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์แบบครบทุกมิติ Product Branding,Corporate Branding,Personal Branding
    .
    - การหาบุคลิกของแบรนด์ Brand Personality เพื่อการมีจุดยืนที่ชัดเจน
    .
    - การสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ Brand Identity เพื่อความโดดเด่น อย่างแตกต่าง
    .
    - การตรวจสอบแบรนด์ Brand Audit วิเคราะห์แบรนด์ของตัวเองเพื่อหาจุดอ่อนจุดแข็ง วิเคราะเพื่อมาพัฒนาต่อ
    .
    - Mood Board องค์ประกอบต่างๆที่สำคัญของแบรนด์ในการสร้าง โทนของสีเพื่อกำหนดทิศทางของธีมแบรนด์ โลโก้ ผลิตภัณฑ์ เพจ การแต่งกาย
    .
    - Brand Communication การสร้างการสื่อสารของ Brand ให้ตรงใจโดนใจผู้บริโภค
    .
    - Brand Management การจัดการแบรนด์เพื่อให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    - Branding for Digital Platform การออกแบบแบรนด์ของคุณให้เหมาะกับโลก Digital
    .
    - Brand Valuation สร้างแบรนด์ของคุณให้มีคุณค่าอย่างไร
    .
    - รู้เทคนิคการสร้าง Brand Story ให้เข้าถึงใจผู้บริโภค 
    .
    - รู้กลยุทธ์เทคนิคการสร้าง Brand Experience การสร้างประสบการณ์ที่พิเศษของแบรนด์คุณ ทำให้เกิดความประทับใจต่อลูกค้าจนกลายเป็นสาวกที่จะซื้อสินค้าของแบรนด์คุณไปยาวๆ
    .
    - รู้เทคนิคการสร้างแบรนด์เป็นสินทรัพย์ เพื่อต่อยอดขยายไปสู่ธุรกิจเฟรนไชส์
    .
    - รู้กลยุทธ์การพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น แบบไม่มีที่สิ้นสุด (Brand Development) (W)
    .
    - รู้วิธีการวางแผนการเงินในการสร้างแบรนด์ และการประเมินด้วย ROI (return on investment)
    .
    - รู้การวัดผลการสร้างแบรนด์ ( KBI หรือ Key Branding Index)
    .
    .
    STEP 5 : ใช้เครื่องมือการตลาดได้เต็มประสิทธิภาพ
    .
    .
    (1) Facebook Marketing 
    .
    .
    - วิธีสร้างเพจแบบมืออาชีพ แบบเจาะลึกทุกฟังก์ชั่น
    .
    - การตกแต่งเพจ สร้างธีมอย่างมีสไตล์
    .
    - เทคนิคการถ่ายรูป และตกแต่งรูป
    .
    - การสร้างแคตตาล็อกร้านค้าในเพจ
    .
    - อ่านและวิเคราะห์สถิติเพื่อนำไปปรับใช้และแก้ไข
    .
    - รู้เทคนิคการเพิ่มผู้ติดตามอย่างรวดเร็ว
    .
    - เทคนิคทำให้เพจติดหน้าค้นหา google
    .
    - รู้หลักการทำงานของของ Facebook
    .
    - สอนยิงโฆษณา Facebook จนเป็น
    .
    - เทคนิคการยิงโฆษณาไม่มีพลาดเป้า
    .
    - เทคนิคการทำ A/B Testing 
    .
    - นำเสนอขายด้วย Canvas
    .
    - รู้วิธีการวัดผลโฆษณา วิธีประเมินเพื่อแก้ไข
    .
    - รู้เคล็ดลับสารพัดเทคนิค เพื่อเซฟค่าโฆษณา
    .
    - รู้ข้อจำกัด และข้อห้าม ที่ทำให้โดนแบน 
    หรือโฆษณาทำงานไม่ได้หรือทำได้ไม่ดี
    .
    - กลยุทธ์สปายคู่แข่งแบบติดหนึบ
    .
    - สุดยอดเทคนิคการเลี่ยงข้อห้าม
    .
    - รู้ทริคการปลดแบนด้วยตนเอง
    .
    - กลยุทธ์ Content Marketing บน Facebook
    .
    - วิเคราะห์ ROI (return on investment)
    .
    .
    (2) Line@ Marketing
    .
    .
    - เข้าใจหลักการทำงาน Line@
    .
    - วิธีการสมัคร Line@ 
    .
    - วิธีการสร้าง Greeting Message
    .
    - การเพิ่ม Business Information
    .
    - การใช้ Advanced Keyword และ Auto reply
    .
    - วิธีการตั้ง Compose Messages
    .
    - วิธีการสร้าง Account Page
    .
    - การสร้าง Coupon และ Voucher 
    .
    - วิธีการสร้าง Rich Message
    .
    - วิธีการสร้าง Broadcasts
    .
    - การจัดการระบบ LINE@ admin 
    .
    - รู้วิธีการวิเคราะห์สถิติ
    .
    - กลยุทธ์ Content Marketing บน Line@
    .
    .
    (3) Instagram Marketing 
    .
    .
    - วิธีสมัคร IG และเรียนรู้ทุกฟังก์ชั่น
    .
    - การทำโฆษณาผ่าน IG 
    .
    - เงื่อนไขและข้อห้ามการโฆษณา
    .
    - กลยุทธ์ Content Marketing บน IG
    .
    - วิเคราะห์ ROI (return on investment)
    .
    .
    .
    STEP 6 : กลยุทธ์ในการขายแบบขั้นเทพ

    - รู้คุณสมบัติขั้นพื้นฐานของนักขายที่ดี เพื่อฝัง Mindset ให้เห็นความสำคัญของการเป็นนักขาย
    .
    - สำหรับออนไลน์ รู้เทคนิคการตอบข้อความแบบขั้นเทพ และสุดยอด การเปิดการขาย นำเสนอ และปิดการขาย พร้อมสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแบบไม่รู้ลืม (มีตัวอย่างบทพูดจากสถานะการณ์จำลองทั้งหมด)
    .
    - สามารถสร้างบุคลิกภาพที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า First Impression
    .
    - รู้กลยุทธ์การขายการแบ่งประเภทนิสัยของลูกค้า(จริตทั้ง6) และประเมินการเข้าหาให้ตรงใจ
    .
    - รู้เทคนิคการขจัดความกลัวให้หมดไป เทคนิคสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมา
    .
    - รวมสุดยอดเทคนิคการเปิดการขาย (มีตัวอย่างบทพูดจากสถานะการณ์จำลองทั้งหมด)
    .
    - รวมสุดยอดเทคนิคการนำเสนอขาย (มีตัวอย่างบทพูดจากสถานะการณ์จำลองทั้งหมด)
    .
    - รวมสุดยอดเทคนิคการปิดการขาย (มีตัวอย่างบทพูดจากสถานะการณ์จำลองทั้งหมด)
    .
    - หลักสูตรเร่งรัดปิดการขายให้ได้ใน 3 นาที (มีตัวอย่างบทพูดจากสถานะการณ์จำลองทั้งหมด)
    .
    - กลยุทธ์ในการให้ลูกค้าที่เคยซื้อกลับมาซื้อซ้ำ
    .
    - กลยุทธ์ในการทำให้ลูกค้าที่เคยปฏิเสธเปลี่ยนใจมาซื้อ
    .
    - กลยุทธ์ในการทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าเราที่แพงกว่าคู่แข่งได้
    .
    - กลยุทธ์ในการขจัดข้อโต้แย้ง
    .
    - รู้เทคนิคการการสร้างความประทับใจ จนลูกค้าติด
    .
    - รู้หลักเกณฑ์การประเมินผลงานในการขาย (มีแบบฟอร์มให้)
    .
    .
    .
    และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณจะได้ไปจากคอร์สนี้
    .
    .
    คอร์สที่จะปูรากฐานให้ธุรกิจคุณอย่างยั่งยืน
    .
    คอร์สที่จะปิดทุกความเสี่ยงของธุรกิจคุณ
    .
    คอร์สที่จะทำให้คุณมีสินทรัพย์เป็นแบรนด์
    .
    คอร์สที่จะปั้นให้คุณเป็นเซียนธุรกิจแบบรอบด้าน
    .
    ผมกล้าบอกเลย ไม่มีที่ไหนอีกแล้ว ที่จัดหนักจัดเต็มขนาดนี้ในราคาแค่หลักพัน
    .
    แต่ยังไม่หมดเพราะเรามี โปรโมชั่น สุดพิเศษให้
    .
    เฉพาะผู้ที่สมัครเรียนเข้ามาตอนนี้
    .
    ให้ทัน 50 คนแรก!! ย้ำแค่50คนแรกเท่านั้น
    .
    รับไปเลยของแถมอีก1คอร์สเต็มๆ
    .
    มูลค่าถึง 5990 บาท ไปเลยฟรีๆ
    .
    .
    คอร์ส สอนสร้างเว็บ สอนทำSEO
    สอนGoogle ads 
    .
    สร้างเว็บที่น่าเชื่อถือสวยงามเป็นมืออาชีพ วิธีทำให้ติดกูเกิ้ลติดการค้นหาหน้า1 ด้วยเทคนิคฟรี ด้วยการทำSEO และแบบเสียเงินโฆษณา Google Ads 
    .
    (การันตีเรียนคอร์สนี้ต้องมีเว็บไซต์ทุกคน)
    .
    .
    คุณมีความต้องการเหล่านี้อยู่ใช่ไหม
    .
    - อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
    .
    - ขายของผ่านโซเชี่ยล อยากสร้างความหน้าเชื่อถือด้วยเว็บไซต์
    .
    - อยากเป็นบล็อกเกอร์ สร้างตัวตน
    .
    - อยากให้คนมากมายเข้าในเว็บทุกวันโดยไม่ต้องเสียเงิน
    .
    - อยากเห็นเว็บตัวเองติดเซิร์ทกูเกิล
    .
    - อยากมีระบบการจัดการที่รอรับเงินโอนอย่างเดียว
    .
    - อยากสร้างเว็บเพื่อสแปมคีย์เวิด
    .
    - อยากสร้างเว็บขายของแบบไม่จำกัดสัก10-20เว็บโดยไม่ต้องเสียเงิน
    .
    - อยากทำฟรีแลนซ์รับจ้างทำเว็บ ทำ SEO และทำ Google Ads
    .
    .
    แต่คุณกับต้องพบกับปัญหาเหล่านี้
    .
    - ทำเว็บไม่เป็น
    .
    - เสียเงินค่าจ้างนับหมื่นในการจ้างทำเว็บ
    .
    - เปิดเว็บมาก็ร้างไม่เห็นมีคนเข้าเลย
    .
    - เสียเงินค่าจ้างนับหมื่นนับแสนในการทำ SEO
    .
    - เสียเงินค่าจ้างนับหมื่นในการลง Google Ads
    .
    - ทำ Google Adsเป็น แต่คลิ๊กแพงมาก
    .
    .
    .
    ถ้าคุณมีความอยาก และมีปัญหาเหล่านี้ 
    คอร์สนี้ เป็นคำตอบสำหรับคุณ 
    เราจะทำให้ความอยากของคุณเป็นจริง 
    และจะช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป
    .
    สิ่งที่คุณจะได้รับจาก คอร์สนี้
    .
    สามารถมีเว็บที่สวยงามเป็นของตัวเอง
    .
    - รู้วิธีการสร้างเว็บไซต์ทุกขั้นตอนแบบละเอียด แค่ทำตามคุณทำได้แน่นอน
    .
    - รู้วิธีการสร้างเว็บไซต์เชิงธุรกิจ สร้างแบรนด์ โปรโมท
    .
    - รู้วิธีการสร้างเว็บไซต์แนวเขียนBlog ให้ความรู้
    .
    - รู้วิธีการสร้างเว็บไซต์ E-Commerce เพื่อการค้าขาย
    .
    - รู้การทำโฟโต้ชอปเบื้องต้น การสร้างรูปภาพเพื่อตกแต่งเว็บ
    .
    - รู้เทคนิคการบริหารจัดการเว็บไซต์แบบละเอียด
    .
    - รู้วิธีการติดตั้ง Google Analytics เพื่อวิเคราะห์ประเมินผล
    .
    .
    การตลาดต้นทุนต่ำ ทำ SEO ดันให้เว็บติดหน้ากูเกิล
    .
    .
    - รู้กระบวนการทำงานของกูเกิลบอท ใช้วิธีอะไรในการจัดอันดับ
    .
    - รู้ว่า SEO VS Google Adwords มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร
    .
    - รู้ปัจจัยที่ทำให้ติดอันดับค้นหาหน้าแรกๆ
    .
    - รู้วิธีการใช้ Keyword Planner เพื่อประเมินคีย์เวิด
    .
    - รู้เทคนิค10ปัจจัย การทำSEO ด้านโดเมนเนมที่ส่งผลให้ติดอันดับ
    .
    - รู้เทคนิค 50ปัจจัยการทำSEO แต่ละหน้าเพจที่ทำให้ติดอันดับกูเกิล
    .
    - รู้เทคนิค 15ปัจจัย การทำSEO On-Page
    .
    - รู้เทคนิค 45ปัจจัย การทำSEO Off-Page หรือ Backlink
    .
    - รู้เทคนิค 10ปัจจัย การทำSEO User-Interaction ปัจจัยเกี่ยวกับผู้ชม
    .
    - รู้เทคนิค 15ปัจจัย การทำSEO Special Rules
    .
    - รู้เทคนิค 10ปัจจัย การทำSEO ด้วยโซเชียลมีเดีย
    .
    - รู้เทคนิค 10ปัจจัย การทำSEO ด้วยชื่อแบรนด์
    .
    - รู้เทคนิค 12ปัจจัย การทำSEO ด้วยการสแปมบนเว็บ
    .
    - รู้เทคนิค 14ปัจจัย การทำSEO ด้วยการสแปมนอกเว็บ
    .
    - รู้สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำ SEO
    .
    .
    สามารถทำให้เว็บติดหน้าแรกการค้นหาได้ทันทีด้วย Google Adwords
    .
    .
    - รู้วิธีการทำงานของ Google Adwords
    .
    - รู้วิธีการสมัคร Google Account
    .
    - วิเคราะห์Keyword ด้วย Keyword Planner
    .
    - รู้แคมเปญโฆษณาแบบต่างๆ
    .
    - รู้วิธีการลงโฆษณาอย่างละเอียด
    .
    - รู้วิธีการวัดผลการลงโฆษณา
    .
    - รู้วิธีการดู Quality Score เพื่อประเมิน
    .
    - รู้วิธีการลงโฆษณาบนเครือข่ายของ Google
    .
    - รู้เทคนิคการคัดเลือกเว็บไซต์ให้ตรงเป้าหมายเพื่อยิงโฆษณา
    .
    - การทำ Remaketing เพื่อดึงลูกค้าที่เคยสนใจกลับมาเว็บอีกครั้ง
    .
    - รู้และเข้าใจวิธีการคิดเงินโฆษณาของGoogle
    .
    - รู้เทคนิคการวัดค่า Conversion ให้รู้ว่าโฆษณาคุ้มค่าหรือไม่
    .
    .
    .
    และนี่คือสุดยอดของแถมที่คุณจะได้รับไปแบบฟรี
    .
    แต่มีข้อแม้ คุณต้องสั่งซื้อตอนนี้ให้ทัน50คนแรกเท่านั้น
    .
    เพราะถ้าไม่ซื้อตอนนี้พลาดไม่ทัน50คนแรก 
    เท่ากับคุณทิ้งเงิน 5990บาทไปทันที!!
    .
    .
    ★ทั้งหมดคือสิ่งที่คุณจะได้รับในคอร์สนี้★
    .
    .
    เรามี4 ทางเลือกให้คุณได้พิจารณา
    .
    .
    (1.) พิเศษ โปรโมชั่น Grand Opening 
    .
    เพียง 9990 เท่านั้น จากราคา 15900
    .
    แต่เดี๋ยวก่อน หากสั่งซื้อตอนนี้ 
    .
    พิเศษ เหนือใคร ช่วงเปิดรับพรีออเดอร์
    .
    ด้วยราคา ★เพียง 9590 บาท★ เท่านั้น 
    .
    (รับจำนวนจำกัด)
    .
    ย้ำอีกครั้ง เพียงแค่ 9590 บาท เท่านั้น
    .
    .
    และโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับผู้ที่ 
    ซื้อคู่กับคอร์ส "นำเข้า"
    .
    จากราคา 2900 บาท
    ลดค่าคอร์สไปทันที 1500 บาท 
    เหลือเพียง 1490 บาท เท่านั้น!!
    .
    .
    ยังไม่หมด หากใคร ต้องการ ซื้อคู่กับ 
    คอร์ส Content Marketing Vol.1
    .
    จากราคา 9990 บาท
    คุณจะได้ส่วนลดพิเศษไปเลย 1000 บาท
    เหลือเพียง 8990 บาท เท่านั้น!!
    .
    และหากรับทั้ง 3คอร์ส รับส่วนลด
    เพิ่มอีก 300 บาท ทันที!!
    .
    .
    คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว กล้าบอกเลย
    .
    .
    (2.) คอร์สเรียนสด 2วันเต็มๆ + คอร์สออนไลน์(ฟรี) อัดเนื้อหากันแบบกระจาย
    .
    ราคา 29990 บาท . พิเศษ โปรโมชั่น Grand Opening . เหลือเพียง 25990 บาท เท่านั้น!! (รับจำนวนจำกัด) . พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมาย ดังนี้ . 2.1 เนื้อหาวันที่1 เน้นโคตรกลยุทธ์ล้วนๆ เรียนรู้กันแบบ 4.0 แบบตื่นรู้ด้วยการลงมือและต้องวิเคราะห์ตาม ด้วย Workshop อย่างเข้มข้นจนกว่าจะแตกฉานในทุกๆกลยุทธ์ ผมสอนแบบเน้นWorkshop เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึงแก่นของกลยุทธ์การตลาดและการสร้างแบรนด์แบบเข้าใจถึงแก่นจริงๆ (เนื้อหาหลักวิชาการเก็บเกี่ยวเอาในคอร์สออนไลน์ แต่เรียนสดผมเน้นปฏิบัติและการฝึกประยุกต์ใช้) . 2.2 เนื้อหาวันที่2 เรียนรู้เรื่องสกิลโฆษณา Facebook Instagram Line@ เน้นกลยุทธ์เป็นหลัก เพราะวิธีการสามารถทบทวนในคอร์สออนไลน์ได้ . 2.3 เนื้อหาเจาะลึกเฉพาะแบรนด์ของผู้เรียน ในคอร์สผมและทีมจะช่วยวิเคราะห์ในการวางกลยุทธ์ . 2.4 ของแถมและโบนัสที่ได้จะได้รับมากกว่าคอร์สออนไลน์20% . 2.5 จ่ายเพียง1ได้ถึง2 นอกจากเรียนสดยังได้ฟรีคอร์สออนไลน์ สามารถลงเรียนในออนไลน์เพื่อทบทวนได้ตลอดชีวิต . 2.6 โบนัสสุดพิเศษ!! ผมและเทรนเนอร์แอ้นท์จะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว2เดือน ผ่านทาง อินบ็อค ไลน์ หรือโทร ตามแต่สะดวก ใครติดขัดปัญหา หรือให้ช่วยคิดกลยุทธ์จัดให้ . และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณจะได้จากคอร์สเรียนสด ต้องบอกว่าโคตรคุ้มสุดๆ เพราะแค่ได้ผมและเทรนเนอร์แอ้นท์เป็นที่ปรึกษา 2เดือน คุณก็เหมือนได้อย่างอื่นฟรีทั้งหมดแล้ว เพราะปกติผมรับเป็นที่ปรึกษาแบรนด์วันละ 2หมื่นอัพ แต่นี่60วัน ลองคูณดู!! แถมมีที่ปรึกษาอีกถึง2คน ที่เชี่ยวชาญทั้งออนไลน์และออฟไลน์ คุ้มค่าสุดๆ
    .
    และหากใครที่ไม่สามารถมางานสัมนาสดได้
    .
    แนะตัวเลือกที่3เลยครับ คุ้มสุดยอด
    .
    (3.) เรียน VIP Online เพียง 25900 บาท
    .
    พิเศษ สมัครตอนนี้
    .
    เหลือเพียงแค่ 19900 บาท เท่านั้น!! 
    .
    รับจำกัดได้ตามเป้าแล้ว ปรับราคาขึ้นทันที 
    .
    และสิ่งที่ VIP Online จะได้รับคือ
    .
    - เรียนทุกอย่างเหมือนออนไลน์
    .
    แต่ที่ได้เพิ่มมาคือ
    .
    - ผมจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว2เดือน ผ่านทางอินบ็อค ไลน์ หรือโทร ตามแต่สะดวก
    .
    หากใครอยากให้ผมช่วยแนะนำกลยุทธ์แบรนด์ หรือกลยุทธ์ทางการตลาด ช่วยวิเคราะห์โฆษณาให้ จัดไป
    .
    แนะนำเลยเรียน VIP Online คุ้มสุดๆ
    .
    เพราะปกติผมและคุณแอ้นท์รับเป็นที่ปรึกษาแบรนด์วันนึงก็ 2หมื่นอัพแล้ว
    .
    แต่นี่เท่ากับจ้างเป็นที่ปรึกษา2คนเดือนละ 6พันกว่าบาท ตกค่าจ้างแค่คนละ3บาทต่อเดือน พระเจ้า!! ต่ำกว่าค่าแรงงานเถื่อนขั้นต่ำอีก คุ้มสุดๆกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
    .
    .
    .
    และยังมีทางเลือกที่4 ที่พรี่เมี่ยมแบบสุดๆ 
    .
    (4) เรียน Super VIP 69900 บาท 
    .
    พิเศษ สมัครตอนนี้เหลือเพียงแค่ 59900 บาท เท่านั้น!! 
    .
    รับจำกัดตามเป้าแล้วปรับราคาทันที 
    .
    และสิ่งที่ Super VIP จะได้รับคือ
    .
    คุณจะได้เรียนผ่านออนไลน์และสัมนาสดเหมือน VIP แต่ที่พิเศษ กว่า VIP คือ
    .
    - เป็นที่ปรึกษาองค์กรให้แบบนัดประชุม เพื่อระดมสมองผมและคุณแอ้นท์ เพื่อช่วยคิดวิเคราะห์และช่วยคิดค้นกลยุทธ์ให้แบรนด์ของคุณ แบบเจาะลึกเพื่อวางแผนเป็น Business Plan และ Action Plan (เต็มวัน8ชั่วโมงเต็ม)
    .
    สามารถมีผู้ติดตาม หรือประชุมกับทีมบริหารแบรนด์คุณได้เลย (สถานที่ตามแต่สะดวก)
    .
    - เป็นที่ปรึกษาแบรนด์ และกลยุทธ์การตลาด ช่วยวิเคราะห์โฆษณา แบบส่วนตัว3เดือน ผ่านทางอินบ็อค ไลน์ หรือโทร ตามแต่สะดวก (สิทธิพิเศษมากกว่า VIP Online1 เดือน) หากเป็นต่างจังหวัดก็ได้ แต่ต้องบวกคิดค่าเดินทางตามจริง
    .
    .
    ใครมีกำลังทรัพย์มากพอ แนะนำSuper VIPเลย การลงทุนนี้คุ้มแน่นอน 
    .

    ว่าแล้วรีบตัดสินใจด่วนเลย!!
    .
    เดี๋ยวจะพลาดไม่ทัน 50 คนแรก แล้วจะเสียใจนะครับ
    .
    .
    ขอบอกเลย!! โอกาสสุดยอดแบบนี้พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
    .
    .
    คุณรู้หรือไม่!! คอร์สสอนการตลาดคุณภาพสูงแต่ราคานี้ไม่มีอีกแล้ว
    .
    คุณรู้หรือไม่!! คอร์สนี้ช่วยย่นเวลาลองผิดลองถูกให้คุณได้หลายปี
    .
    คุณรู้หรือไม่!! คอร์สนี้จะช่วยปิดหนทางล้มเหลวทุกประตู
    .
    คุณรู้หรือไม่!! ยอดขายที่เพิ่มมาจากการเรียน ขายของแค่วันเดียวก็หลุดทุนแล้ว
    .
    คุณรู้หรือไม่!! แค่คุณรู้เทคนิคขั้นเซียนนี้ไปอาจพลิกชีวิตคุณได้ทั้งชีวิต
    .
    คุณรู้หรือไม่!! โปรโมชั่นราคานี้อาจมีแค่รุ่นนี้เท่านั้น
    .
    คุณรู้หรือไม่!! ยิ่งคุณเริ่มช้า คุณก็โดนคู่แข่งแซงไปแล้ว
    .
    คุณรู้หรือไม่!! ไม่มีการลงทุนไหนคุ้มค่าเท่ากับการลงทุนเรียนรู้ เพราะความไม่รู้จะทำให้คุณเสียโอกาสมากมายในชีวิต
    .
    .
    เพราะฉะนั้นการันตีได้ คอร์สสุดคุ้มทั้งคุณภาพและราคาแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว
    .
    .
    .
    สั่งซื้อรายละเอียดตามนี้เลย
    v
    v
    v
    .
    ★ซื้อด่วน! รับจำนวนจำกัดช้าอดบอกเลย!!
    .
    ==================
    .
    ★วิธีการสั่งซื้อ★
    .
    1. https://goo.gl/zOKRVt << กดสั่งผ่าน Line ที่นี่!!
    .
    2. https://goo.gl/DfCmGj << ส่งข้อความทางเพจ
    .
    3. พิมพ์แจ้งชื่อคอร์สที่ต้องการซื้อ
    .
    4. รีบเลยนะครับ เพราะเต็มแล้วปิดทันที!!
    .
    ==================
    .
    มาเป็นเซียนธุรกิจขั้นเทพ ร่วมกันในคลาสครับ
    .
    www.bizbuddy1.com << สนใจคอร์สเพิ่มเติมได้ที่นี่
    .
    แล้วเจอกันในคอร์สนะครับ










  • GET A FREE QUOTE NOW

    รับปรึกษาธุรกิจฟรี เพียงแค่คลิ๊กส่งข้อความ มาทาง Line@ ผมยินดีแนะนำทางออกเบื้องต้นให้ครับ












    ADDRESS

    Biz Buddy Bangkok Thailand

    EMAIL

    bizbuddy@hotmail.com
    bizbuddy80@gmail.com

    TELEPHONE

    02-379-1110
    +66 02379 1110

    MOBILE

    086-383-9152,
    +66 086 383 9152