• ทุกปัญหาของชีวิตและธุรกิจแก้ได้ด้วย อริยสัจ4


    ทุกปัญหาของชีวิตและธุรกิจแก้ได้ด้วย อริยสัจ4 
    .
    นี่คือสิ่งใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม หลักธรรมนี้ถูกสอนมาตั้งแต่ประถม แต่น้อยคนมากๆที่จะนำมาดัดแปลงประยุกต์ใช้อย่างแท้จริง
    .
    แก่นหลักที่พระพุทธเจ้าทรงสอนคือการดับทุกข์ และนี่ละคือธรรม4ประการที่จะมาช่วย แก้ปัญหาชีวิตและธุรกิจให้กับคุณ

    พระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกย่อมมีที่มาที่ไปเสมอ 
    .
    "เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี
    เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
    เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี
    เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ"

    .
    ฉะนั้นทุกปัญหาของมนุษย์ ย่อมมีต้นตอของปัญหาเสมอ หากรู้ถึงปัญหาและนำมาแก้ไขได้ปัญหาก็จะหมดไป และนั้นหมายถึงทุกข์ก็จะหายไป
    .
    เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นเรื่องธรรมชาติ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน คนรวยวันนึงก็มีล้มหากประมาทกับการใช้ชีวิต และเช่นเดียวกัน หากวันนี้คุณมีปัญหาในชีวิต ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เป็นการบอกว่าความล้มเหลวในชีวิตคุณจะอยู่ถาวรตลอดไป เพราะหากคุณมีสติและปัญญา ค้นหาถึงแก่นของปัญหาและนำมาแก้ไขได้ คุณก็จะหลุดพ้นจากความทุกข์
    .
    นี่จึงเป็นที่มาของ อริยสัจ4 หนทางแห่งการดับทุกข์
    .
    อริยสัจ4 ประกอบด้วย
    .
    1. ทุกข์ คือ ความทุกข์ เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
    .
    ต้องรู้ตนว่า ปัญหาคืออะไร? (What is the problem?)
    .
    2. สมุทัย คือ มูลเหตุหรือต้นเหตุแห่งทุกข์
    .
    อะไรคือสาเหตุแห่งปัญหานั้น? (What is the cause of problems?)
    .
    3. นิโรธ คือ สิ่งที่ใช้ดับทุกข์
    .
    เลือกวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด (Select the Best solution.)
    .
    4. มรรค คือ แนวทางแห่งการดับทุกข์
    .
    หากระบวนการและวิธีการแก้ปัญหา (Process solution.)
    .
    .
    ซึ่งหลักคิดต้องจับเป็น 2คู่ เป็นวิธีคิดตามเหตุและผล 
    .
    คู่ที่ 1 "ทุกข์" เป็นผล เป็นตัวปัญหา กับ "สมุทัย" เป็นเหตุ เป็นที่มาของปัญหา
    .
    นั่นคือ ทุกๆปัญหาหรือทุกความ(ทุกข์)ต้องมีที่มาที่ไปเสมอ ต้องหาต้นตอของปัญหา(สมุทัย)ให้เจอ
    .
    คู่ที่ 2 "นิโรธ" เป็นผล เป็นทางออกที่ทำให้ปัญหาหมดไป กับ "มรรค" เป็นเหตุ เป็นวิธีการในการแก้ปัญหา
    .
    นั่นคือ หากทำตาม(มรรค)กระบวนการ ทางออกของปัญหา(นิโรธ)จะเกิดขึ้น และความทุกข์ก็จะหมดไป
    .
    .
    ธรรมทั้ง4ประการนี้ คือโมเดลแบบง่ายๆแต่ทรงพลังครบทุกมิติในการขจัดความทุกข์หรือปัญหาได้อย่างสุดยอด
    .
    ผมขอยกตัวอย่าง สมมุติทุกข์ของคุณคือ ชีวิตยังลำบาก 
    .
    ผมจะยกตัวอย่างวิธีใช้อริยสัจ4มาแก้ปัญหา ความทุกข์นี้ให้กับคุณดังนี้
    .
    ชีวิตยังลำบากยังเหนื่อยยาก นี่คือสิ่งที่คุณเป็น(ทุกข์) เมื่อคุณรู้แล้วว่าทุกข์คืออะไร ก็เข้าสู่การหาต้นเหตุแห่งทุกข์(คือสมุทัย) ให้คุณหาดูว่าที่คุณยังลำบาก สาเหตุมาจากอะไร เช่น มาจากเงินเดือนที่น้อยเกินไป มาจากหนี้สิน เป็นต้น และนี่ละคือเหตุแห่งทุกข์ของคุณที่ทำให้คุณลำบากอยู่ในทุกวันนี้
    .
    และสิ่งที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้(คือนิโรธ) และวิธีแก้นั่นคือคุณต้องหางานที่เงินมากขึ้น หารายได้เสริม หาธุรกิจของตนที่มีรายได้สูงกว่าเงินเดือนปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้คือทางออกที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากความลำบากได้
    .
    และเมื่อคุณรู้แล้วว่าสิ่งที่จะแก้ปัญหาให้คุณได้ต้องทำอะไรบ้าง คุณก็จะต้องรู้ว่าจะทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงได้อย่างไร(นั่นคือมรรค) ซึ่งหนทางแก้คุณมีหลายอย่าง ให้คุณลองหาสิ่งที่คุณอยากทำที่สุดมาก่อน เช่น คุณเลือกที่จะทำธุรกิจส่วนตัว 
    .
    คราวนี้คุณต้องมาวิเคราะห์ดูว่าการจะทำธุุรกิจส่วนตัวได้คุณต้องมีอะไรบ้าง แน่นอนสิ่งแรกคือ การค้นหาโอกาสให้ตนเอง ไขว่คว้าหาอาชีพที่ใช่สำหรับตน ที่สามารถตอบโจทย์ให้คุณหลุดพ้นจากความลำบากได้ เมื่อคุณเจออาชีพที่ใช่แล้ว ต่อมาให้มาดูว่า คุณต้องทำอะไรบ้าง นั้นคือสกิลด้านอาชีพ ต้องมีความรู้เสริมด้านใด กระบวนการขั้นตอนอย่างไร เมื่อค้นเจอจนครบกระบวนการ ก็ลงมือทำตามแผน เพื่อไปสู่หนทางการดับทุกข์ให้จงได้ 
    .
    ซึ่งหากประสบความสำเร็จทุกข์นั้นก็จะหมดไป แต่หากล้มเหลวก็ต้องมาไล่หากระบวนการแห่งปัญหาหรือทุกข์กันอีกครั้งจนกว่าจะสำเร็จอย่างบูรณาการ 
    .
    หากคุณไม่สำเร็จขายไม่ดีกำไรไม่ได้อย่างที่คิด คุณก็ต้องมาไล่ใหม่อีกครั้ง นั่นคือ(ทุกข์)ของคุณ เกิดขึ้นจากการขายไม่ดี 
    .
    ซึ่งก็ต้องมาไล่ดู (สมุทัย)ว่าสาเหตุแห่งทุกข์หรือสาเหตุที่ขายไม่ดีมาจากอะไร เช่น เพราะคุณไม่รู้วิธีทำการตลาด และแบรนด์ดูไม่น่าเชื่อถือ
    .
    เมื่อเจอสาเหตุแล้ว ว่าเพราะไม่มีความรู้ด้านการตลาด และการที่แบรนด์ดูไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ขายไม่ดี ก็ต้องมาดูว่า ความรู้นั้นต้องใช้ความรู้อะไร เพื่อมาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้บ้างเรียกว่า (นิโรธ) นั่นคือคุณต้องเรียนรู้เสริมสกิลด้านการตลาด และต้องรู้วิธีการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง 
    .
    เมื่อรู้ว่าต้องแก้ปัญหาด้วยการสร้างแบรนด์และศึกษาเรียนรู้ด้านการตลาดแล้วก็มาสู่ขั้นตอนการลงมือทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย นั่นคือ(มรรค) คือเรียนรู้และปรับใช้จนกว่าจะสำเร็จ และหากไม่สำเร็จ ก็วนกลับไปแก้ใหม่เรื่อยๆเป็นวงจรแห่งอริยสัจ4 อีกครั้ง ทำซ้ำๆวันนึงคุณต้องสำเร็จได้แน่นอน เพราะปัญหามันจะถูกขจัดออกไปเรื่อยๆ และเมื่อทุกปัญหาถูกขจัดจนหมดไป คุณก็จะประสบความสำเร็จ และเมื่อสำเร็จคุณก็จะพ้นทุกข์
    .
    ผมให้เทคนิคนี้ไว้ใช้เพิ่มเติม นั่นคือ หากยังล้มเหลว
    .
    - นำความล้มเหลว มาเรียนรู้ และปรับปรุง
    .
    - หาความรู้ใหม่ เปลี่ยนวิธีการ แนวทาง และวิธีปฏิบัติ
    .
    - อดทน เชื่อมั่น พยายาม และทุ่มเทไม่ท้อถอย

    .
    หากคุณยึดวงจรอริยสัจ4 และเทคนิค3สิ่งนี้ ต่อให้ วันนี้ไม่สำเร็จแต่มันจะสำเร็จได้สักวันแน่นอน เพราะ นี่คือวิธีการของการพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
    .
    อย่างที่ผมได้บอกไป สัจธรรม เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีอะไรที่แน่นอน ชีวิตคุณหากวันนี้ยังลำบากไม่ได้การันตีว่าต้องลำบากทั้งชีวิต ขอเพียงคุณลุกขึ้นมาสู้ค้นหาสาเหตุของปัญหาและขจัดมันให้ได้ แล้ววันนั้นละ "คุณจะเป็นคนสำเร็จคนแรกของตระกูล"
    .
    พระพุทธเจ้าไม่ได้ช่วยให้คุณสำเร็จได้ด้วยการขอพรจากพระองค์ แต่พระพุทธองค์ได้ให้วิธีการไปสู่ความสำเร็จกับคุณไว้แล้วเมื่อ2500กว่าปีก่อน อยู่ที่คุณจะนำไปใช้หรือไม่ ถ้านำไปใช้นั่นละคือวันที่คุณจะสำเร็จได้ด้วยตัวคุณ ไม่ใช่จากพรของพระองค์ แต่ทั้งหมดมันอยู่ที่คุณ ว่าจะลิขิตชะตาตัวเองให้เป็นเช่นไร
    .
    เริ่ม!!และทำทันที!!
    .
    .
    คุณได้อะไรจากเรื่องนี้เม้นท์แชร์กันหน่อย และอย่าลืมช่วยแชร์ต่อให้เพื่อนๆด้วยนะครับ
    .
    เพื่อไม่ให้พลาดบทความดีๆอย่าลืม!! กดติดตามและกดเห็นโพสต์ก่อน(See First) ไว้ด้วยนะครับ
    .
    .
    AcTioN
    .
    www.bizbuddy2.com
  • GET A FREE QUOTE NOW

    รับปรึกษาธุรกิจฟรี เพียงแค่คลิ๊กส่งข้อความ มาทาง Line@ ผมยินดีแนะนำทางออกเบื้องต้นให้ครับ












    ADDRESS

    Biz Buddy Bangkok Thailand

    EMAIL

    bizbuddy@hotmail.com
    bizbuddy80@gmail.com

    TELEPHONE

    02-379-1110
    +66 02379 1110

    MOBILE

    086-383-9152,
    +66 086 383 9152